/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

เทวภูมิ ๖=คลิป

เทวภูมิ ๖=คลิป

เทวภูมิ ๖

(สวรรค์ ๖)







---แดนอันแสนดีเลิศล้ำด้วย  กามคุณ  ทั้ง  ๕  โลกของ  เทวดา  ตามปกติหมายถึง  "กามาพจรสวรรค์"


*๑.จาตุมหาราชิการ (สวรรค์ชั้นที่ ๑)


---สวรรค์ที่ท้าวมหาราช  ๔ องค์ ปกครอง จาตุมหาราชิกา มีมหาราช ๔ องค์


---๑.ท้าววธตรัฐะมหาราช          เป็นผู้ปกครอง          คันธัพพเทวดา          ทั้งหมด อยู่ทาง ทิศตะวันออก


---๒.ท้าวิรุฬหกะมหาราช          เป็นผู้ปกครอง          กุมภัณฑ์เทวดา          ทั้งหมด อยู่ทาง ทิศใต้


---๓.ท้าววิรูปักษ์มหาราช          เป็นผู้ปกครอง          นาคะเทวดา          ทั้งหมด อยู่ทาง ทิศตะวันออก


---๔.ท้าวเวสสุวรรณมหาราช          เป็นผู้ปกครอง          ยักขเทวดา          ทั้งหมด อยู่ทาง ทิศเหนือ  (ท้าวกุเวร หรือ เวสสวัณ)  ท้าวมหาราช ทั้ง  ๔  องค์นี้   



---เป็นผู้รักษาโลกมนุษย์ด้วย  จึงชื่อว่า"ท้าวจตุโลกบาล หรือ ท้าวโลกบาล ๔ " พระเจ้าพิมพิสารเอง แม้จะเป็น พระโสดาบัน แต่ก็พอใจสวรรค์ชั้นนี้  ได้เกิดเป็นบริวารของ ท้าวเวสสุวรรณมหาราช


*เทวดาที่อยู่ภายใต้อำนาจปกครองของ ท้าวจาตุมหาราช 


---๑.ปัพพตัฏฐเทวดา          เทวดาที่          อาศัยภูเขาอยู่


---๒.อากาสัฏฐเทวดา          เทวดาที่          อาศัยอยู่ในอากาศ


---๓.ขิฑฑาปโทสิกเทวดา          เทวดาที่          มีความเพลิดเพลินในการเล่นกีฬา          จนลืมบริโภคอาหาร แล้วตาย


---๔.มโนปโทสิเทวดา          เทวดาที่          ตายเพราะความโกรธ


---๕.สีตวลาหกเทวดา          เทวดาที่          ทำให้อากาศเย็นเกิดขึ้น


---๖.อุณหวลาหกเทวดา          เทวดาที่          ทำให้อากาศร้อนเกิดขึ้น


---๗.จันทิมเทวปุตตเทวดา          เทวดาที่          อยู่ในพระจันทร์


---๘.สุริยเทวปุตตเทวดา          เทวดาที่          อยู่ในพระอาทิตย์


*ยักษิณีนางยักษ์


---ยักษ์    มีความหมายหลายอย่าง   แต่ที่ใช้บ่อยหมายถึง อมนุษย์ พวกหนึ่ง เป็นบริวารของ ท้าวกุเวร  ตามที่ ถือกันมาว่ามีรูปร่างใหญ่โตน่ากลัว   มีเขี้ยวโง้ง  ชอบกินมนุษย์ กินสัตว์ โดยมามีฤทธิ์ เหาะได้ จำแลงตัวได้


---เทวดา      หมู่เทพ   ชาวสวรรค์   เป็นคำนามเรียก  ชาวสวรรค์   ทั้งเพศชายและเพศหญิง


*เทวดาตามที่อยู่อาศัย 


*๑.ภุมมัฎฐเทวดา  


---เทวดาที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน  เช่น ภูเขา    แม่น้ำ  มหาสมุทร  ใต้พื้นดิน  บ้านเรือน ซุ้มประตู  เจดีย์ ศาลา  เป็นต้น ถือว่าที่นั้น ๆ เป็นวิมานของตน


*๒.รุกขเทวดา 


---เทวดาที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ มี  ๒  จำพวก คือ


---๒.๑   มีวิมานอยู่บนต้นไม้


---ถ้าอยู่บนยอดต้นไม้  เรียก "รุกขวิมาน"


---ถ้าอยู่บนสาขาของต้นไม้    เรียก   "สาขัฏฐวิมาน"


---๒.๒   อยู่บนต้นไม้แต่ไม่มีวิมาน (ที่อยู่ของเทวดา) 


*๓.อากาสัฏฐเทวดา    


---เทวดาที่มีวิมานอยู่ในอากาศ  ในธรรมบทอรรถกถา   พุทธวังสอรรถกถา แสดงเทวดาชั้น จาตุมหาราชิกา มี 2 จำพวก  โดยจัด รุกขะเทวดา อยู่ในจำพวก ภุมมัฎฐะเทวดา , เทพารักษ์  เทวดาผู้ดูแลรักษาที่แห่งใดแห่งหนึ่ง


*เทวดาที่มีใจโหดร้าย 


---๑.คันธัพโพ,  คันธัพพี  


---ได้แก่ เทวดาคันธัพพะ   ที่ถือกำเนิดภายในต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม  ที่เรียกว่า "นางไม้หรือแม่ย่านาง "หรือ   คนธรรพ์    ชอบรบกวนให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ เช่น  ทำให้เกิดเจ็บป่วย หรือทำอันตรายแก่ทรัพย์สมบัติของผู้อื่น  ที่นำไม้นั้นมาใช้สอย  อยู่ในความ ปกครองของ  ท้าวธตรัฏฐะ 


---คันธัพพะเทวดา   นี้สิงอยู่ในไม้นั้นตลอดไป  แม้ใครจะตัดไปใช้สอยอย่างใด ๆ  ผิดกับ "รุกขเทวดา"  ที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้  ถ้าต้นไม้นั้นตายหรือถูกตัดฟัน  ก็ย้ายจากต้นนั้นไปต้นอื่น


---๒.กุมภัณโฑ,  กุมภัณฑี  


---ได้แก่   เทวดาภุมภัณฑ์   ที่เรียกกันว่า  " รากษส " เป็นเทวดาที่รักษาสมบัติต่าง ๆ  เช่น  แก้วมณีและรักษาป่า  ภูเขา  แม่น้ำ  ถ้ามีพวกล่วงล้ำ  ก็ให้โทษต่าง ๆ อยู่ในความปกครองของ ท้าววิรุฬหกะ


---๓.นาโค,  นาคี     


---ได้แก่   เทวดา,  นาค  มีวิชาเวทมนต์คาถาต่าง ๆ ขณะท่องในโลกมนุษย์ บางทีก็เนรมิตเป็นคนสัตว์ต่าง ๆ ชอบลงโทษพวกสัตว์นรก  อยู่ในความปกครองของ ท้าววิรูปักขะ


---๔.ยักโข,  ยักขินี  


---ได้แก่  เทวดา,  ยักษ์  พอใจเบียดเบียนสัตว์นรก อยู่ในความปกครองของ  ท้าวเวสสุวรรณ


*อาการเกิดของเทวดา   


---ถ้าได้เคยสร้างบุญกุศลไว้มากกพอ ก็ไปเกิดในวิมานของตนเองพร้อมกับมีบริวาร ไม่ต้องเป็นบุตรธิดาหรือเทวดารับใช้ของผู้ใด   กล่าวไว้ในอรรถกถาบางแห่งเป็นพิเศษ  


---เทวบุตร  คือ  บุรุษ ที่เกิดบนตักของเทวดา 


---เทวธิดา  คือ  สตรี ที่เกิดบนตักของเทวดา


---เทวดาสตรี    ถ้าเกิด  ในที่นอน   จัดเป็น    ปริจาริกา (นางบำเรอ)


---ถ้าเกิด  ข้างที่นอน  จัดเป็น  พนักงานเครื่องสำอาง


---ถ้าเกิด  กลางวิมาน จัดเป็น  คนใช้


*๒ ดาวดึงส์ (สรรค์ชั้นที่ ๒)    


---แดนแห่งเทพ  ๓๓  มีจอมเทพชื่อ "ท้าวสักกะ"  หรือที่เรียกว่า "พระอินทร์"  เป็นใหญ่สุด


---เมื่อพระอินทร์องค์หนึ่งสิ้นบุญ จุติ ไป ก็มีพระอินทร์อีกองค์หนึ่งเกิดสืบแทนกันไป ดาวดึงส์ เป็นคำบาลีแปลว่า  ๓๓  บางทีก็เรียก  "ไตรตรึงษ์"  ซึ่งเป็นคำสันสกฤต  แปลว่า  ๓๓  เหมือนกัน


---ความเป็นอยู่ของเทวดาชั้นดาวดึงส์ล้วนแต่เป็นผู้เสวยทิพยสมบัติจากกุศลธรรมในอดีต บริโภคอาหารอันละเอียดสุขุม  ชนิดที่เป็น "สุธาโภชน์ "  (ผู้บริโภคอาหารทิพย์)  อารมณ์ที่ได้รับจึงล้วนมีแต่   "อิฏฐรมณ์  "  (อารมณ์ที่น่าปรารถนา)   และไม่มีความเจ็บป่วย  ไม่มีอุจจาระ,   ปัสสาวะ,  


---เทวดาผู้ชาย มีความเป็นหนุ่มอยู่ในวัย  ๒๐  ปี,  ส่วนเทวดาผู้หญิงมีความเป็นสาวอยู่ในวัย  ๑๖  ปี สวยงามตลอดไปจนตาย  มิได้มีความชรา  เทวดาผู้หญิงไม่มีประจำเดือนและไม่ต้องมีครรภ์ 


---เว้นแต่  "ภุมมัฏฐเทวดา"   บางองค์ที่ยังมีประจำเดือนและครรภ์เหมือนมนุษย์  ความเป็นอยู่ของเทวดาบนเทวโลกนี้  เป็นเช่นเดียวกับมนุษย์โลก มีการไปมาหาสู่กันและเบียดเบียนกัน   มีความรักใคร่   ปรารถนาเป็นคู่ครองกัน สมบัติของเทวดาเหล่านั้น   มีความยิ่งหย่อนกว่ากัน  ทั้งบริวาร,  วิมานและ อิฎฐรมณ์ ต่าง ๆ สุดแต่กรรมที่ตนได้กระทำไว้


*โกสิยเทวราช  คือ พระอินทร์  เรียก ท้าวโกสีย์ บ้าง ท้าวสักกเทวราช บ้าง**เทวดาที่อยู่บนชั้นดาวดึงส์ มี ๒ พวก


---๑. ภุมมัฏฐเทวดา          ได้แก่ พระอินทร์ และเทวดาชั้นผู้ใหญ่  ๓๒ องค์ พร้อมทั้งบริวาร เทวอสุรา  ๕ จำพวก 


---๒. อากาสัฏฐเทวดา          ได้แก่  พวกเทวดาที่อยู่ในวิมานลอยไปกลางอากาศ


*เทพ,  เทพเจ้าเทวดา


---๑.สมมติเทพ          เทวดาโดยสมมติ ได้แก่ พระราชา พระเทวี และพระราชกุมาร


---๒.อุปปัตติเทพ          เทวดาโดยกำเนิด ได้แก่เทวดาใน กามาวจรสวรรค์ และ พรหม ทั้งหลาย เป็นต้น


---๓.วิสุทธิเทพ          เทวดาโดยความบริสุทธิ์ ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ทั้งหลาย



*สุขาวดี     


---แดนที่มีความสุข  เป็นชื่อสวรรค์ของพระอมิตาภพุทธ ฝ่ายมหายาน


*๓.ยามา (สวรรค์ชั้นที่ ๓)  


---แดนแห่งเทพผู้ปราศจากความทุกข์  มี  "ท้าวสุยามเทพบุตร"  ปกครอง 


---ตั้งแต่ภูมิ   "ยามา"   นี้ขึ้นไปตั้งอยู่ในอากาศ  จึงไม่มีเทวดา  "ภุมมัฏฐเทวดา"  อาศัยอยู่  มีแต่พวก   "อากาสัฏฐเทวดา"  พวกเดียว    ร่างกายสวยงามประณีต   อายุยืนยาวกว่าเทวดาชั้น  ดาวดึงส์  มาก  


---เป็นภูมิที่สวยงามประณีต   ปราศจากความยากลำบาก  ไม่มีเรื่องทุกข์  ได้แก่  ที่อยู่ของพวกที่รักษา อุโบสถ,  ในชั้นฟ้านี้ไม่เห็นพระอาทิตย์เลย   เพราะว่าอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์มาก  แต่เทพชั้นนี้เห็นกันได้ด้วยรัศมีแก้ว  และด้วยรัศมีของเทพเองจะรู้ว่ารุ่งหรือค่ำ  ด้วยอาศัยดอกไม้ทิพย์  คือ  เมื่อเห็นดอกไม้บานจึงรู้ว่ารุ่ง เมื่อเห็นดอกไม้หุบจึงรู้ว่าค่ำ,   เทพชั้นยามา  ไม่ปรากฏว่าได้ลงมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์


*๔.ดุสิต (สวรรค์ชั้นที่ ๔)


---แดนแห่งเทพผู้เอิบอิ่มด้วยสิริสมบัติของตน   มี "ท้าวดุสิตเทวราช"  ปกครอง  เป็นภูมิของเทวดาผู้อิ่มเอิบด้วยบารมี ผู้มีปัญญา  ผู้อยู่ในภูมินี้จึงมีแต่ความชื่นบาน   มีวิมานทิพย์     ทิพย์สมบัติ  ร่างกายประณีตกว่าเทวดาในชั้น ยามา,  เป็นภพสุดท้าย  ของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทุกพระองค์ก่อนที่จะมาบังเกิดและตรัสรู้ในมนุษย์โลก   ทิพย์เป็นของเทวดา    วิเศษเลิศกว่าของมนุษย์


*๕.นิมมานรดี (สวรรค์ชั้นที่ ๕)


---แดนแห่งเทพผู้ยินดีในการนิรมิต   มี   "ท้าวสุนิมมิต หรือ นิมมิตเทวราช"  ปกครอง  เทวดาชั้นนี้ปรารถนาสิ่งใด  นิรมิตเอาได้ตามความพอใจของตน  ไม่มีคู่ครองของตนเป็นประจำ  เมื่อใดปรารถนาใคร่เสพ  กามคุณ  เวลานั้นก็ เนรมิต เทพบุตร หรือเทพธิดาขึ้นมาตามความปรารถนา และเมื่อใดได้เพลิดเพลินกับ   กามคุณ นั้นสมใจแล้ว   กามคุณ ที่เนรมิตขึ้นมานั้นก็จะอันตรธานหายไป


*พระพุทธเจ้าตรัสว่า


---กัมมัง เขตตัง          กรรม          เป็นเหมือนนา


---วิญญาณัง พีชัง          วิญญาณ          เป็นเหมือนพืชที่หว่านลง  ในนา


---ตัณหา สิเนโห          ตัณหา          เหมือนยางเหนียวมีอยู่ ในพืช อันจะทำให้พืชนั้นปลูกงอกงามขึ้นได้


---เพราะฉะนั้น   เมื่อยังมี กรรม , วิญญาณ และ ตัณหา   อยู่   ก็ยังจะต้องไปเกิดในภพต่าง ๆ  คือ  หมายความว่า  ยังมี  "อวิชชา"  เป็นเครื่องกั้นอยู่  ยังมี  "ตัณหา"    เป็น  "สังโยชน์ "  คือ  เครื่องผูกอยู่



*๖.ปรนิมมิตวสวัตดี (สวรรค์ชั้นที่ ๖)      


---แดนแห่งเทพผู้ยังอำนาจให้เป็นไปในสมบัติที่ผู้อื่นนิรมิต  (บันดาลให้เป็นขึ้นมีขึ้น) ให้


---มีเทพเป็นราชาผู้ปกครองอยู่   ๒   ฝ่าย   


---ฝ่าย เทพยดา  (๑)   ปรนิมมิตวสวัตตีเทวราช ปกครองเทพไม่เป็นมาร


---ฝ่าย มาร  (๒)   ปรนิมมิตวสวัตตีเทวราช (ชื่อเหมือนกัน) หรือ พญามาราธิราช หรือ วสวัตตีมาร  ปกครองเทพที่เป็นมาร  ฝ่ายมาร (๒) หรือเทวปุตตมาร


---เป็น มิจฉาทิฎฐฺ  เทวดา :  ที่ไม่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา   มารนี้มีความกลัว  เป็นข้อสำคัญอยู่ข้อหนึ่ง  ว่าตนจะสิ้นอำนาจครอบครองโลก  ไม่ประสงค์ให้ใครทั้งนั้นบรรลุ  มรรค ,  ผล,  นิพพาน,   เพราะเมื่อผู้ใดพ้นโลก   หมายถึงว่า   มีจิตใจพ้นกิเลสดังกล่าว   ผู้นั้นก็พ้นอำนาจของมาร  ทั้งยังเป็นผู้คอยขัดขวางให้เกิดอุปสรรคต่อ   พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  อยู่เสมอ


---เมื่อวันที่ พระพุทธองค์ เสด็จอออกบวช   พญามารตนนี้ได้มาปรากฏตัว  ยกมือห้ามว่าอย่าออกบวชเลย อีกไม่นานเท่าไร  ท่านก็จะได้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้ว,   เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงขับไล่ออกไป


---เมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญ  ทุกรกิริยา   ก็มากระซิบบอกว่า  "บัดนี้พระองค์ก็บรรลุสัมโพธิญาณดังหวังแล้ว ปรินิพพาน เถอะ"  พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า  พระองค์จะไม่ ปรินิพพาน จนกว่า พรหมจรรย์ (การประพฤติธรรมอันประเสริฐ)   ของพระองค์จะแพร่หลายมั่นคง


---ครั้นเมื่อเงื่อนไขทุกอย่างพร้อมแล้ว   พญามารจึงเข้ามากราบทูลให้  ปรินิพพาน  เท่ากับทวงสัญญาว่าบัดนี้ถึงเวลาที่พระองค์จะปรินิพพานแล้วพระพุทธองค์  จึงทรงปลงอายุสังขาร


---พญามาราธิราช  จะต้องทำบุญไว้มาก ไม่เช่นนั้นก็จะไม่บังเกิดในสวรรค์ชั้นสูงนี้ได้ภายหลังละ มิจฉาทิฏฐิ  และกลับมาเลื่อมใสในพุทธศาสนา


---เทวดาชั้นนี้ปรารถนาสิ่งใด  ไม่ต้องนิรมิตเอง  มีเทวดาอื่นที่รับใช้เนรมิตให้ตามต้องการ  เป็นภูมิที่มีความสุขและเพลิดเพลินมาก  เทวดาที่อยู่ในชั้นปรนิมมิตวสวัตตีนี้  ไม่มีคู่ครองเป็นประจำโดยเฉพาะตน เป็นที่อยู่ของพวกที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นไว้มาก


*เทวภูมิ หรือ ฉกามาพจรสวรรค์ ทั้ง ๖ ชั้น  ยังเกี่ยวข้องกับ กามคุณ*


---ปลงอายุสังขาร         ตกลงใจกำหนดการสิ้นสุดอายุ  ตกลงพระทัยว่าจะ ปรินิพพาน


---ปลงสังขาร          ทอดอาลัยในกายของตนว่าจะตายเป็นแน่แท้แล้ว


---ทุกรกิริยา          การทำความเพียรอันยากที่ใคร ๆ   จะทำได้ ได้แก่  การบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุธรรม  วิเศษด้วยวิธีการทรมานตนต่าง ๆ เช่น  กลั้นลมอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า)  ปัสสาสะ  (ลมหายใจออก)  และอดอาหาร เป็นต้น (เขียนเต็มเป็น ทุกกรกิริยา)


*เทวภูมิ ๖ (ฉกามาพจรสวรรค์ ๖)


---๑.จาตุมหาราชิกา          มีเหมือนมนุษย์


---๒.ดาวดึงส์          มีเหมือนมนุษย์


---๓.ยามา          มีแต่ กายสังสัคคะ   (กายสังสัคคะ ความเกี่ยวข้องด้วยกาย การเคล้าคลึงร่างกาย)


---๔.ดุสิต          มีเพียงจับมือกัน


---๕.นิมมานรดี          มีเพียงยิ้มรับกัน


---๖.ปรนิมมิตสวัตตี          มีแต่มองดูกัน


---ในเทวภูมิไม่มีสัตว์เดรัจฉาน   และเมื่อต้องการจะมีม้ารถเทียม   ก็จะมีเทพบุตรจำแลง กายของเทวดา  เรียกว่าเป็น "กายทิพย์" 


---กายทิพย์    เป็นกายสว่างละเอียด ไม่มีปฏิกูล  เกิดเป็น  อุปปาติกะ  คือ ผุดเกิดขึ้น มีตัวตนโตเต็มที่เลย แต่เป็น อทิสสมานกาย คือ การยที่ไม่ปรากฏแก่ตาคนในเทวภูมิบริบูรณ์ด้วยความสุข อายุก็ยืนยาว แก่เจ็บไม่ปรากฏตายก็ไม่ปรากฏซาก จึงเห็นทุกข์ได้ยาก


*เทวดาจะจุติ มี ๔ ประการ 


*๑.อายุขัย   จุติเพราะสิ้นอายุ  


---ได้แก่ เทวดาที่ได้เคยสร้างกุศลมาก็ได้เสวยสมบัติทิพย์จนครบอายุทิพย์ในเทวโลกชั้นที่ตนอยู่นั้น ครั้นหมดอายุแล้วก็จุติ 


*๒.บุญญขัย    จุติเพราะสิ้นบุญ 


---ได้แก่ เทวดาที่สร้างสมบุญกุศลไว้น้อย เมื่อกุศลผลบุญที่ได้กระทำไว้หมดสิ้นลงเสีย แต่ในระหว่างยังไม่ถึงอายุขัย จำต้องจุติไปเกิดที่อื่น เพราะหมดบุญแล้ว 


*๓.อาหารขัย    จุติเพราะสิ้นอาหาร 


---ได้แก่ เทวดาบางจำพวกที่เสวยทิพย์สมบัติ จนลืมบริโภคสุธาโภชนาหารทิพย์อันเป็นปัจจัยแก่กาย และชีวิตถ้าแม้ว่าเขาลืมบริโภคภายหลังสักร้อยครั้งพันครั้ง ก็มิอาจจะซ่อมแซมให้ดีขึ้นมาใหม่ 


*๔.โกธพลขัย     จุติเพราะความโกรธ 


---ได้แก่ เทวดาบางจำพวกที่มีจิตริษยาหาเหตุพาล มีความโกรธในหัวใจ


*จุตินิมิตของเทวดา ๕ ประการ นิมิตล่วงหน้า ซึ่งอุบัติเกิดแก่เทวดาผู้จะต้องจุติ


---จุติ  เคลื่อนจาก ภพ หนึ่งไปสู่ ภพ อื่น ตาย (ส่วนมากใช้กับเทวดา)


---๑.ดอกไม้ทิพย์เครื่องประดับเหี่ยวแห้ง


---๒.ผ้าทิพย์เครื่องประดับสำหรับองค์มีสีเศร้าหมอง


---๓.มีเหงื่อไหลออกมาจากรักแร้


---๔.ที่นั่งและที่นอนร้อนดุจมีไฟอยู่ภายใต้ 


---๕.กายของเทวดาเหี่ยวแห้งเศร้าหมองหารัศมีเช่นก่อนไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยเนื้อตัวมือตีน มีความกระวนกระวายใจ.






..............................................................................





ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

รวบรวมโดย...แสงธรรม

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 25 กันยายน 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ประวัติพญานาค

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท16/08/2017
ผู้เข้าชม3,275,556
เปิดเพจ5,384,991
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view