/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

เจตภูตทั้ง ๔ คือ

เจตภูตทั้ง ๔ คือ

เจตภูตทั้ง ๔ คือ






---คือ กายทิพย์ของตัวเรา หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่า "ขวัญ" เจตภูต มักจะไปปรากฎหรือแสดงให้ผู้ที่เรารู้จักได้พบเห็น  เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติกับตัวเรา เช่น เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุการณ์วิกฤตกับเราอย่างใดอย่างหนึ่ง บางครั้งผู้ที่พบเจอเจตภูต อาจพูดคุยหรือสื่อสารกันได้ เหมือนกับคนปกติทั่วไป แต่เป็นไปในลักษณะชั่วพริบตาเท่านั้น บางครั้งพบเห็นเดินอยู่แล้วเราหันไปมองทางอื่น ก็ไม่เห็นเขาอีกเลย เจตภูตหรือขวัญนั้น ถ้าไม่อยู่กับตัวก็อาจทำให้ผู้เป็นเจ้าของร่างฟั่นเฟือน หรือเลอะเลือนไปเลย



---คนสมัยก่อนเชื่อกันว่า ในร่างกายมนุษย์เรา มีวิญญาณประจำตัวมาตั้งแต่แรกเกิด เมื่อสิ้นอายุขัย วิญญาณก็ออกจากร่าง ไปแสวงหาที่อยู่ใหม่ หรือไม่ก็ดับสูญไป เช่นเดียวกับร่างกายที่เน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ



*วิญญาณที่ประจำตัวมนุษย์นี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เจตภูต"



---เมื่อคนนอนหลับ เจตภูตมักล่องลอยออกจากร่าง ไปพบเห็นสิ่งต่างๆ ทั้งดีและร้าย เรียกว่า เกิดความฝัน ครั้นใกล้จะตื่นก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจตภูตกลับเข้าสู่ร่างตามเดิม และจดจำสิ่งที่เห็นในฝันนั้นได้ หากว่าใครโดนปลุกกะทันหัน หรือมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ที่ทำให้ตกใจตื่น เจตภูตจะรีบกลับเข้าร่างทันที เป็นสาเหตุให้ใจเต้นแรง หวาดสะดุ้งและเหน็ดเหนื่อยผิดกว่าการตื่นโดยปกติ



*ถ้าเจตภูตเข้าร่างไม่ทันก็ย่อมถึงแก่ความตายแน่นอน



---คนที่แก่ชรา หรือเจ็บป่วยร้ายแรง เจตภูตย่อมเตรียมตัวจะออกจากร่าง ดุจเดียวกับคนที่ย้ายจากบ้านเก่าแก่ ทรุดโทรม กลายเป็นวิญญาณที่ล่องลอยไปหาที่อยู่ใหม่โดยสงบ หรือแตกดับไปเองเป็นส่วนใหญ่


---ยกเว้นแต่ จะมีจิตผูกพันอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรง วิญญาณจึงจะสิงสู่ อยู่กับสิ่งนั้นต่อไป เป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่ตายเพราะแก่ชราหรือเจ็บไข้ได้ป่วย มักจะไม่ค่อยปรากฏ ว่ามีภูตผีมาหลอกหลอน


---ยกเว้นแต่ คนที่ตายผิดธรรมชาติ เช่น โดนฆ่าตาย ถูกรถชนตาย ซึ่งเป็นความตายที่เกิดขึ้นฉับพลันโดยไม่รู้ตัว  เจตภูตต้องออกจากร่างโดยด่วน ไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวมาก่อน จึงต้องล่องลอยหาที่อยู่ใหม่ เรียกว่า สัมภเวสีหรือผีไม่มีศาล เป็นวิญญาณร่อนเร่ มักปรากฏให้คนเห็นเนืองๆ หรือผีหลอก


---เจตภูตทั้ง 4 หากไม่ได้อยู่บนร่างเราก็ตายแหละครับ การที่ใช้วิชาเรียกเจตภูตทั้ง 4 นั้น จริงๆ แล้ว เวลาเรียกจริงๆ ไม่สามารถเรียกได้ถึง 4 ตน หรอกครับ จะเรียกได้แค่ 1-2 ตนเท่านั้น คือ เรียกมาแล้ว ก็ใช้วิชาผูกไว้ เพื่อทำให้ฝ่ายผู้ถูกกระทำ มารักมาหลง เรียกว่า โดนทำเสน่ห์


---และการที่เจตภูต ถูกเรียกไปก็จะทำให้ผู้ถูกกระทำอ่อนเพลีย  ภาวะจิตจะอ่อนแอลง เพราะเจตภูตเป็น    กายทิพย์ประเภทหนึ่งของมนุษย์ ทำให้ผู้ถูกกระทำ เกิดความรักชอบและคิดถึงบุคคลที่ทำเสน่ห์ หรือผู้ว่าจ้าง  อยู่เสมอ จนอยู่ไม่ได้ ต้องไปหาบุคคลที่ทำเสน่ห์หรือผู้ว่าจ้าง


---ยิ่งถ้าใช้ผีด้วยแล้ว ยิ่งได้ผลเร็วมาก เนื่องจากวิญญาณเหล่านี้ จะบังคับจิตใจผู้ถูกกระทำ ให้ทำในสิ่งที่ผู้ทำเสน่ห์ ต้องการ และเมื่อวิญญาณเข้าบังคับคน ก็จะเข้าแฝงในร่างกาย พร้อมทั้งกินอาหารร่วมกับบุคคลนั้นๆ และก็ดื่มกินเลือดของบุคคลนั้นๆ ด้วย ผู้ถูกวิญญาณแฝง จึงมีลักษณะอ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย ความคิดอ่านไม่สมบูรณ์ หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย ทะเลาะกับคนอื่นได้ง่ายๆ ไม่ค่อยเหมือนคนเดิม ทั้งหิวง่าย อยากกินโน่นกินนี่ตลอด


---ส่วนวิชาที่คนโบราณ เรียกเจตภูตทั้ง 4 ให้มาอยู่ในตัว ไม่ให้ไปไหน ก็เพื่อทำให้ตัวเองมีกำลังมาก มีพลังจิตเข้มแข็ง ใช้ก่อนการปลุกเสกพระ เครื่องรางของขลัง ทั้งไม่ให้คนเรียกเจตภูตเราไปทำร้ายได้ง่าย ๆ เพราะถ้าหากเจตภูตถูกทำร้าย เราก็จะเจ็บป่วยครับ


---วิชาสายหลวงปู่ศุข   วัดปากคลองมะขามเฒ่า นั้น มีวิชามหาภูติ (ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ) อยู่ เป็นวิชาที่ใช้เรียก มหาภูติทั้ง 4 (เจตภูติ) ให้มาอยู่ในตัวและสามารถใช้ทำงาน ให้กับตัวเองได้ โดยที่ตัวจริงไม่ต้องไปทำเอง


---ส่วนที่ว่าจิตและเจตภูต เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่นั้น จิตเป็นกายทิพย์ส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปในกายเนื้อมากกว่าเจตภูตครับ เจตภูตนั้น ก็ถือเป็นจิตเหมือนกัน มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเราทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ดวงจิตจริง ๆ ของคนเราครับ


---ส่วนการทำเสน่ห์นั้น เป็นการทำให้จิตของคนที่ปกตินั้น ไม่เป็นปกติ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นบาป แต่การทำสน่ห์ โดยการเรียกเจตภูตนั้น ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ ต้องมีพื้นฐานของสมาธิ พื้นฐานกสิณ ต้องกำหนดสร้างรูป เดินอารมณ์ จับนิมิต เป็นสิ่งที่คนธรรมดาทำไม่ได้ครับ


---ยิ่งการบังคับวิญญาณยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าไม่มีพลังมากพอ ผีมันจะไม่กลัวเราเลย ทำไปก็ไม่ได้ผลหรอกครับ ถึงต้องพึ่งพาแรงครูไงล่ะครับ แต่จะทำได้ ต้องย้อนกลับไปที่สมาธิกับกสิณก่อนอีกนั่นแหละ ดังนั้นสิ่งที่ทำให้เกิดผลดีจริงๆ ก็คือ เมตตา ยังไงล่ะครับ ไม่ต้องไปทำเสน่ห์หรอกครับ กระแสเมตตานั้น เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า   สุดยอด ทั้งเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดจนถึงอมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ยังไงล่ะครับ ดังคำที่ว่า เมตตาเป็นธรรมเครื่องค้ำจุนโลก.







......................................................





 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

รวบรวมโดย...แสงธรรม

(แก้ไขแล้ว ป.)

อีพเดทรอบที่ 6 วันที่ 24 กันยายน 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« February 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728    

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท06/02/2017
ผู้เข้าชม2,858,709
เปิดเพจ4,715,539
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view