/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

อะไร คือ พระไตรปิฎก=คลิป

อะไร คือ พระไตรปิฎก=คลิป

พระไตรปิฏกเชื่อถือได้แค่ไหน





 

บทความทางวิชาการ โดย พระมหาประเสริฐ มนฺตเสวี
นธ.เอก. ป.ธ.๘ , พธ.บ.(บาฬีพุทธศาสตร์) , พธ.ม.(วิปัสสนา).


 

---ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จะดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ทูลถามพระองค์ว่า “ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หลังจากพระองค์ปรินิพพานแล้ว พระองค์จะทรงตั้งใครเป็นศาสดาแทนพระเจ้าข้า”


---พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นภาษาบาลีว่า  “โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา” 


---แปลว่า.  "ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใดที่เรา ได้แสดงแล้วและบัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย ในเมื่อเราล่วงลับไป" 


---หมายความว่า    พระพุทธเจ้าตรัสสั่ งให้คำสั่งสอนของพระองค์ เป็นศาสดาแทนพระองค์  

 

---หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ๓ เดือน  พระอรหันตสาวก ๕๐๐ รูป  นำโดยพระมหากัสสปะเถระได้ร่วมกัน ประชุมทำสังคายนา คือ ดำเนินการรวบรวมพระดำรัสของ พระพุทธเจ้า จัดเป็นหมวดหมู่ คัมภีร์ที่รวบรวมพุทธพจน์ บรรจุพระธรรมวินัยนั้นไว้ เรียกว่า  "พระไตรปิฎก"


---คัมภีร์ที่บันทึก  หลักธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนานั้น  เรียกว่า  "พระไตรปิฎก"   ซึ่งถือว่าเป็นคัมภีร์ที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนา  เพราะเป็นคัมภีร์ที่จารึกคำสอนของพระพุทธเจ้าและของพระอรหันตสาวกไว้โดยมี กระบวนการสืบทอดคำสอนของพระพุทธองค์  ไว้ในรูปแบบของการสังคายนาอย่างระมัดระวังและรัดกุมที่สุด  ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่   จนถึงการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ มาตามลำดับ


---หลักธรรมคำสั่งสอนทางพุทธศาสนา  ได้มีการสืบทอดกันมาโดยมุขปาฐะ คือ การท่องจำสืบๆ กันมา (Oral Tradition) การท่องจำนี้ ได้กระทำมาจนถึงสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๕ ในลังกาทวีป


---การจารึกเป็นคัมภีร์ครั้งแรก  เมื่อคราวสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๔๕๐ บางตำราว่า พ.ศ. ๔๓๓ (ถ้านับเฉพาะที่ทำสังคายนาในศรีลังกาก็เป็นครั้งที่ ๒ ) ในรัชสมัยของพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย โดยมีพระรักขิตมหาเถระเป็นประธาน  ทำที่อาโลกเลณสถาน ณ มตเล ชนบทหรือที่เรียกว่า  "มลัยชนบท"


---สาเหตุของการจารึกพระพุทธวจนะลงในใบลาน ก็เพราะว่า  ถ้าจะใช้วิธีท่องจำพระพุทธวจนะต่อไป ก็อาจมีข้อวิปริตผิดพลาดได้ง่าย  เพราะปัญญาในการท่องจำของกุลบุตรเสื่อมถอยลง นอกจากนั้น  พระสงฆ์ยังได้รับความกระทบกระเทือนจากภัยธรรมชาติและภัยสงครามอยู่เนืองๆ  ทำให้ไม่มีเวลาท่องจำพระพุทธวจนะ จะทำให้ช่วงการสืบต่อขาดลงได้และในการจารึกครั้งนี้ได้จารึกอรรถกถาลงไว้ด้วย


---มีผู้สงสัยว่า สมัยพุทธกาลคนไม่รู้จักการเขียนหนังสือหรืออย่างไร  จึงไม่ปรากฏว่ามีตำรับตำราจารึกไว้เป็นหลักฐาน พระมหาเสฐียรพงษ์ ปุณฺณวณฺโณ  ได้ประมวลทัศนะนี้ไว้ในหนังสือภาษาศาสตร์ภาษาบาลี ไว้ว่า


---"ความจริงการเขียนหนังสือน่าจะมีมาก่อนพุทธกาลแล้ว ในพระไตรปิฎกเองก็มี  ข้อความเอ่ยถึงการขีดเขียนเป็นครั้งคราว เช่น ตอนหนึ่ง ห้ามภิกษุเล่นเกม "อักขริกา" ได้แก่ การทายอักษรในอากาศหรือบนหลังเพื่อนภิกษุ


---วิชาเขียนหนังสือ (เลขา) ได้รับยกย่องว่าเป็นศิลปะพิเศษอย่างหนึ่ง สิกขาบทบางข้อห้ามภิกษุณีเรียนศิลปะทางโลก หนึ่งในศิลปะเหล่านี้ คือ วิชาเขียนหนังสือ ในบทสนทนาภายในครอบครัว พ่อแม่ปรารภว่าจะให้บุตรเรียนวิชาอะไรดี  ถ้าจะให้เรียนเขียนหนังสือ บุตรก็อาจยังชีพอยู่ได้อย่างสบาย แต่ก็อาจเจ็บนิ้วมือ ถ้าภิกษุเขียนหนังสือพรรณนาคุณของอัตตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตายเอง) ปรับทุกกฎทุกตัวอักษร ถ้ามีผู้อ่านพบข้อความนั้นเข้าเห็นดีเห็นงามด้วย แล้วฆ่าตัวตายตามนั้น ปรับอาบัติปาราชิก


---หลักฐานเหล่านี้แสดงว่าอักษรหรือการเขียนมีมาก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ที่พระพุทธองค์ไม่นิยมใช้ หันมาใช้วิธีมุขปาฐะแทน น่าจะทรงเห็นประโยชน์อานิสงส์บางสิ่งบางอย่างกระมัง หรือว่าระบบการขีดเขียนยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร


---ทั้งยังไม่มีอุปกรณ์การขีดการเขียนเพียงพอ ก็ยากที่จะทราบได้ แต่ข้อที่น่าคิดอยู่อย่างคือ วิธีเรียนด้วยมุขปาฐะนี้  นอกจากจะสร้างสัมพันธภาพอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนและผู้สอนแล้ว  ยังเป็นการสร้างสมาธิฝึกจิตของผู้เรียนไปในตัวด้วย  นักปราชญ์ยุคก่อนที่มีความคิดเช่นนี้ก็มีไม่น้อย 


---เปลโต้  เคยกล่าวไว้ว่า "การคิดอักษรขึ้นใช้ แทนการท่องจำ ทำให้มนุษย์ขาดอานุภาพแห่งความทรงจำ คือแทนที่จะจดจำจากอินทรีย์ภายใน ต้องอาศัยสัญลักษณ์นอกเข้าช่วย"


---อ้างอิง..(พระมหาเสฐียรพงษ์ ปุณณวณโณ ภาษาศาสตร์ภาษาบาลี, ชุดวรรณไวทยากร, กรุงเทพฯไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๑๔)



---ในตอนต้น  ครั้งพุทธกาล คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามิได้เรียกว่า “พระไตรปิฎก” แต่เรียกว่า  "พระธรรมวินัย"  บ้าง  "พระสัทธรรม"  บ้าง  "ปาพจน์"  บ้าง  "สัตถุศาสน์"  บ้าง  "พระบาลี"  บ้าง  "สุตตะ" บ้าง


---แม้หลังพุทธปรินิพพาน  ก็ยังไม่เรียกว่า  "พระไตรปิฎก"  คงเรียกว่า  "พระธรรมวินัย"   เช่น การสังคายนาชำระคำสอน ครั้งที่ ๑-๔ ยังคงเรียกว่า  "สังคายนา พระธรรมวินัย" 


---และได้เรียกว่า “พระไตรปิฎก”  เมื่อการสังคายนาครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๔๕๐ ณ ประเทศศรีลังกา โดยได้จารึกลงในใบลาน ซึ่งได้แบ่งพระธรรมวินัยเป็น ๓ หมวด จึงได้เรียกว่า “พระไตรปิฎก” ตั้งแต่บัดนั้น


*พระไตรปิฎกมีความสำคัญดังนี้


---๑.เป็นที่รวบรวมพระพุทธพจน์ คือ พระดำรัสของพระพุทธเจ้า


---๒.เป็นที่สถิตของพระศาสดาของพุทธศาสนิกชน  เพราะเป็นที่บรรจุพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ เป็นศาสดาแทนพระองค์


---๓.เป็นแหล่งต้นเดิมของคำสั่งสอนในพุทธศาสนา 


---๔.เป็นหลักฐานอ้างอิงหรือยืนยันหลักการที่กล่าวว่า เป็นพระพุทธศาสนา


---๕.เป็นมาตฐานตรวจสอบความเชื่อและข้อปฏิบัติ  ในพระพุทธศาสนา  จะวินิจฉัยสิ่งใดว่า  ถูกต้องหรือผิดพลาด  เป็นพระพุทธศาสนาหรือไม่  ก็โดยอาศัยพระธรรมวินัยที่มีมาในพระไตรปิฎกเป็นเครื่องตัดสิน


---๖.พระไตรปิฎกเป็นคัมภีร์ที่น่าเชื่อถือที่สุด กว่าหนังสือใดๆ บนพื้นพิภพ ที่ยืนยันให้คนยุคปัจจุบันได้รับรู้ว่าเมื่อ ๒๕๐๐ ปีก่อน  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนอะไร ไว้บ้าง

 
---
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้  การศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก จึงเป็นกิจสำคัญยิ่งของชาวพุทธ  ถือว่าเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาหรือเป็นความดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนากล่าวคือ  ถ้ายังมีการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก  เพื่อนำไปปฏิบัติ พระพุทธศาสนาก็จะยังดำรงอยู่  แต่ถ้าไม่มีการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก  แม้มีการปฏิบัติก็จะไม่เป็นไปตามหลักการของพระพุทธศาสนา  พระพุทธศาสนาก็จะไม่ดำรงอยู่ คือ จะเสื่อมสูญไปในที่สุด

 

---ถาม...    เป็นไปได้หรือไม่  ที่พระไตรปิฏกอาจจะถูกสาวกรุ่นหลังๆ แก้ไขเพิ่มเติม


---ตอบ...   “เป็นไปไม่ได้” ด้วยเหตุผลดังนี้


---๑.พระไตรปิฎกสืบทอดกันมาด้วยภาษาบาลี  ที่มีหลักไวยากรณ์เฉพาะ  มีกฎตายตัวไว้เฉพาะภาษาบาลี โดยปฏิเสธกฎไวยากรณ์หลายประการของสันสกฤต  เพื่อไว้ให้เป็นหลักเกณฑ์ของไวยากรณ์บาลีโดยเฉพาะ เช่น พระบาลีมี   ๒วจนะ  เท่านั้นคือ เอกวจนะ และพหุวจนะ ไม่มีทวิวจนะ


...อ้างอิง ดูรายละเอียด พระอัครวงศาจารย์ , สทฺทนีติปฺปกรณํ (ปทมาลา) ฉบับภูมิพโลภิกขุ .


---โรงพิมพ์มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ, วัดสระเกศ กรุงเทพฯ:พ.ศ. ๒๕๒๑ .หน้า ๑๕๖



---๒.แม้บางช่วงของประวัติศาสตร์เกิดภัยต่าง ๆ ทำให้คัมภีร์พระไตรปิฎกขาดหายหรือเลอะเลือนไป แต่เมื่อสังคายนาใหม่อีกครั้งก็ได้เปรียบเทียบ  ตรวจสอบดูกับพระไตรปิฎกของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนหมดข้อสงสัย จึงทำให้เชื่อได้ว่า เป็นพระไตรปิฎกที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งโลก  ตรงกับพระไตรปิฎกที่ได้รับการสังคายนาครั้งก่อน ๆ ทุกประการ


 
---
๓.มีข้อความในคัมภีร์รุ่นหลัง  กล่าวอ้างถึง  ข้อความคัมภีร์พระไตรปิฎก  แต่เมื่อตรวจสอบในบาลี         พระไตรปิฎกแล้ว  กลับไม่มีข้อความนั้น  ทั้งที่เมื่อพิจารณาข้อความนั้นแล้ว  มีอรรถเข้ากันได้กับพระไตรปิฎก เช่น บาลีสังยุตตนิกาย มหาวรรคว่า 
“จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว อริยสจฺจานิ ฯ กตมานิ จตฺตาริ ฯ ทุกฺข.อริยสจฺจ.ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจ.ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจ.ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา อริยสจฺจ.ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ตถานิ อวิตถานิ อน.ถานิ ตสฺมาอริยสจฺจานีติ วุจฺจนฺติ”


( อ้างอิง.... ส.ม.๑๙/๑๐๙๗/๓๘๐)



*แต่คัมภีร์วิสุทธิมรรค  นำไปอ้างโดยเพิ่มข้อความว่า 


---“จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว อริยสจฺจานิ ฯ กตมานิ จตฺตาริ ฯ ทุกฺข.อริยสจฺจ.ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจ.ทุกฺขนิโรโธ


---อริยสจฺจ.ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา อริยสจฺจ.ฯ


---อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อริยสจฺจานิ อริ ยา อิมานิ ปฏิวิชฺฌนฺติ ตสฺมา อริยสจฺจานีติ วุจฺจนฺตีติ ฯ


---อปิจ อริยสฺส สจฺจานีติปิ อริยสจฺจานิ ฯ ยถาห ฯ สเทวเก โลเก ฯเปฯ


---มนุสฺสา ตถาคโต อริโย ตสฺมา อริยสจฺจานีติ วุจฺจนฺตีติ ฯ


---อถวา เอเตส.อภิสมฺพุทฺธตฺตา อริยภาวสิทฺธิโตปิ อริยสจฺจานิ ฯ ยถาห ฯ


---อิเมส.โข ภิกฺขเว จตุนฺน.อริยสจฺจาน.ยถาภูต.อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต อรห.สมฺมาสมฺพุทฺโธ อริโยติ วุจฺจตีติ ฯ


---อปิจ โข ปน อริยานิ สจฺจานีติปิ อริยสจฺจานิ ฯ


---อริยานีติ ตถานิ อวิตถานิ อวิส.วาทกานีติ อตฺโถ ฯ ยถาห ฯ


---อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ตถานิ อวิตถานิ อน.ถานิ ตสฺมา อริยสจฺจานีติ วุจฺจนฺตีติ ฯ


---เอวเมตฺถ นิพฺพจนโต วินิจฺฉโต เวทิตพฺโพ ฯ

 
( อ้างอิง... วิสุทฺธิ.๒/๑๔๐-๑๔๑ )(อักษรตัวหนา เป็นข้อความที่คัมภีร์วิสุทธิมรรคเพิ่มเข้ามา โดยอ้างว่านำมาจากพระไตรปิฎก)

 
---
ดังข้อมูลที่เสนอมานี้  ก็หมายความว่า พระไตรปิฎกภาษาบาลี   ไม่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เพราะทั้งที่ปรากฏข้อความที่ตกหล่นปรากฏอยู่ในคัมภีร์น่าเชื่อถือเป็นที่สุด อย่างเช่น วิสุทธิมรรค ข้อความนั้นก็มิได้ถูกบรรจุไว้ในคัมภีร์พระไตรปิฎก


---สรุปว่า คัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาบาลีย่อมเป็นไปได้ที่มีการตกหล่นบ้าง คำกล่าวอ้างที่ว่าถูกสาวกรุ่นหลังแก้ไขเพิ่มเติมย่อมเป็นไปไม่ได้เลย.






..................................................................................








[1][1] บางแห่งว่า พ.ศ.๔๓๓

[1][2] พระมหาเสฐียรพงษ์ ปุณณวณโณ ภาษาศาสตร์ภาษาบาลี, ชุดวรรณไวทยากร, กรุงเทพฯไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๑๔

[1][3] ดูรายละเอียด พระอัครวงศาจารย์ , สทฺทนีติปฺปกรณํ (ปทมาลา) ฉบับภูมิพโลภิกขุ . โรงพิมพ์มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ, วัดสระเกศ กรุงเทพฯ:พ.ศ. ๒๕๒๑ .หน้า ๑๕๖

[1][4] ส.ม.(บาลี) ๑๙/๑๐๙๗/๓๘
[2][5] วิสุทฺธิ.(บาลี)๒/๑๔๐-๑๔๑

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

 รวบรวมโดย...แสงธรรม

 (แก้ไขแล้ว รดา)

อัพเดทรอบที่ ุ วันที่ 28 สิงหาาคม 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ประวัติพญานาค

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท16/08/2017
ผู้เข้าชม3,326,610
เปิดเพจ5,468,687
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view