/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

มนุษย์ (ปุถุชน)

มนุษย์ (ปุถุชน)

มนุษย์ (ปุถุชน)






---ในคัมภีร์สัทธัมมปกาสินี อรรถกถาปฏิสัมภิทามรรค กล่าวไว้ว่า 


---"ปุถุนานาภิสํขาเร อภิสํขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา" เป็นอาทิ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า   ที่ได้นามว่าเป็น  "ปุถุชน"  ก็เพราะมีการปรุงแต่งอภิสังขารนานาประการ   อีกเป็นอันมาก หมายความว่า ยังต้องไปเกิดในอบายภูมิ


---ด้วยอำนาจแห่ง "อปุญญาภิสังขาร" คือ ความปรุงแต่งแห่งอกุศลกรรม ความชั่วร้ายอีกเป็นอันมาก และยังต้องไปเกิดในกามสุคติภูมิ


---ด้วยอำนาจแห่ง "ปุญญาภิสังขาร"  คือ ความปรุงแต่งแห่ง  กามาวจร  กุศลกรรมความดีอีกเป็นอันมาก ทั้งยังต้องไปเกิดใน รูปาวจรภูมิ, อรูปาวจรภูมิ 


---ด้วยอำนาจแห่ง  "อเนญชาภิสังขาร"  คือ  ความปรุงแต่งแห่ง รูปาวจร, อรูปาวจร  กุศลกรรมอีกเป็น    อันมาก


---นอกจากนี้ยังมี  อรรถาธิบายคำว่า "ปุุถุชน" ไว้อีกหลายนัย เช่นว่า สัตว์์โลกทั้งหลายที่ได้ชื่อว่าเป็น ปุถุชน ก็เพราะเหตุดังต่่่อไปนี้ คือ 


---เป็นผู้ไร้การศึกษา  ไร้พิจารณาไต่ถาม ไร้สดับตรับฟัง และไร้ความทรงไว้ซึ่งความรู้ในสภาพธรรม  ตามความเป็นจริง  เช่น เรื่องของขันธ์ ธาตุอายตนะ เป็นอาทิ เป็นผู้ประกอบด้วยเหตุอันชั่วร้าย โดยเป็นผู้ยัง อกุศลธรรมอันมากมายมีกิเลส เป็นต้น ให้เกิดขึ้นวุ่นวายนานาประการ


---เป็นผู้มีสักกายทิฐิ  คือ ความสำคัญผิดในขันธ์ห้าหรือรูปนามประจำอยู่ในสันดานอย่างเหนียวแน่น โดยเหตุที่ตนยังละ  สักกายทิฐินั้น  ไม่ได้  เป็นผู้้เบือนหน้าจากศาสนธรรม คำสั่งสอนแห่งองค์สมเด็จพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีมรรคผลและพระนิพพานเป็นจุดมุ่งหมาย


---เป็นผู้ติดแน่นอยู่ในคติภพทั้งปวง  ไม่สามารถที่จะนำตนให้หลุดพ้นออกไปจาคติภพทั้งปวงได้ หมายความว่า ต้องเที่ยววิ่งพล่านไปในคติ   คือ ไปเกิดในภูมิต่างๆ เรื่อยไปนั่นเอง ;  เป็นผู้ยังต้องมีความเดือดร้อนทุรนทุราย ด้วยความเดือดร้อนทุรนทุราย ซึ่งมีอยู่มากมายในภูมิต่างๆ เป็นอันมาก เพราะเหตุที่ ความเดือดร้อนทุรนทุราย ทั้งหลายนั้น ตนก็ไม่สามารถที่จะละได้


---เป็นผู้มีความกำหนัดรักใคร่และพอใจสยบอยู่ในเบญจกามคุณารมณ์ทั้ง ๕ กล่าวคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ  ทั้งนี้ ก็เพราะเหตุที่เบญจกามคุณารมณ์เหล่านั้น ตนยังไม่สามารถที่จะละได้ เป็นผู้ถูกนิวรณ์ทั้ง ๕ กล่าวคือ  กามฉันทนิวรณ์, พยาบาทนิวรณ์, ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์, วิจิกิจฉานิวรณ์  เสียบแทงติดแน่นอยู่ในจิตใจเสมอเป็นนิตย์ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุที่นิวรณ์เหล่านั้น ตนยังไม่สามารถที่จะละได้


---เป็นผู้ที่ติดอยู่ในหมู่สัตว์ที่ว่ามีธรรมสมาจารอันต่ำทราม   เบือนหน้าจากพระอริยธรรม  ซึ่งมีอยู่ในจักรวาลนี้มากมาย  สุดที่จักนับจักประมาณได้  เพราะมิใช่เป็นผู้ประกอบด้วยพระอริยธรรม อันประเสริฐดังนี้ เป็นต้น  สัตว์โลกทั้งหลาย ซึ่งยังได้นามว่าเป็นปุถุชน เพราะเหตุหลายอย่างหลายประการ ดังกล่าวมานี้ ย่อมเป็นผู้มีปรกติท่องเที่ยว เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร อันมีความยาวนานนักหนา โดยมิรู้จักจบจักสิ้นไปได้


---อะไรเป็นเหตุ  ให้สัตว์โลกทั้งหลายผู้ยังเป็นปุถุชนเจ้า ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร อันมีความยาวนาน  โดยมิรู้จักจบจักสิ้นเช่นนั้น


---จะอะไรเสียอีกเล่า ก็เพราะ "กรรม"ของปุถุชน คือ กรรมทั้งหลายของสัตว์โลกที่ยังเป็นปุถุชนนั่นเอง เป็นเหตุให้สัตว์โลกปุถุชน ต้องท่องเที่ยวเวียนว่ายตาย เกิดอยู่ในวัฏสงสารอันยาวนานนี้ ตราบใดที่ยังมีกรรมอันเป็นพืชติดอยู่ในสันดาน ตราบนั้น กรรมอันเป็นพืชเป็นเผ่าพันธุ์ ก็จักบันดาลให้เวียนเกิด เวียนตายอยู่ในวัฏสงสารนี้อยู่ร่ำไป โดยไม่มีวันสิ้นสุด



---จะทำอย่างไรกันดีล่ะ ทีนี้ สัตว์โลกปุถุชนทั้งหลาย จึงจะพ้นจากการเวียนตาย เวียนเกิดอยู่ในวัฏสงสารอันยาวนาน โดยไม่มีวันสิ้นสุดนั้นเสียได้   เพราะการเวียนตาย เวียนเกิดอย่างซ้ำซากอยู่เช่นนั้น ให้รู้สึกว่าเป็นที่น่ารำคาญ น่าสังเวชใจ และน่าเบื่อหน่าย น่าระอาเป็นหนักหนา


---กรรมฑหนะ จะทำอย่างอื่นไม่ได้  นอกจากจะกระทำกรรม  "กรรมฑหนะ" คือ เผาผลาญกรรมทั้งหลายเสียให้สูญสิ้น เมื่อกรรมอันเป็นพืชทั้งหลาย ได้ถูกเผาผลาญเสียให้หมดสิ้นไปแล้ว การเกิดการตายอันน่าเบื่อหน่ายในวัฏสงสารนั้น ย่อมจักพลันถึงความสิ้นสุดลงไปได้อย่างเด็ดขาด ข้อนี้ขอให้ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายพึงกำหนดจดจำไว้ให้ดี



*สรุปได้ว่า......


---"ปุถุชน" คือ คนที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส คนที่ยังมีกิเลสมาก หมายถึง คนธรรมดาทั่วๆ ไป


---ส่วน "อริยบุคคล"บุคคลผู้เป็นอริยะ คือ เป็นผู้บรรลุธรรมวิเศษแล้ว เป็นผู้เข้าสู่กระแสนิพพานแล้ว มี ๔ ประเภท คือ พระโสดาบัน, พระสกิทาคามี, พระอนาคามี และพระอรหันต์



---ปุถุชนเป็นผู้ยังมีคติไม่แน่นอน เมื่อตายไปแล้วยังมีโอกาสในอบายภูมิทั้ง ๔ มีนรก, เปรต, อสุรกาย และสัตว์ดิรัจฉาน หรืออาจจะไปเกิดในกามสุคติภูมิ มีมนุษย์และสวรรค์ ๖ชั้น หรืออาจไปเกิดในพรหมโลก ทั้งรูปภูมิและอรูปภูมิ แต่ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ กำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าจะไปเกิดที่ไหน



---กล่าวคือ  อริยบุคคลเป็นผู้มีคติแน่นอนแล้ว ท่านเหล่านี้ไม่มีการล่วงศีล ๕ เลย มีปกติไม่ทำผิดศีล (คือถึงขั้นไม่ต้องพยายามรักษา แต่มีปกติเป็นผู้ไม่ทำผิดศีล)เป็นที่แน่นอนว่า ตายแล้วจะมีสุคติ เป็นที่ไป


---ถ้าเป็นพระอรหันต์ ก็นิพพานเลย   ถ้าเป็นพระอนาคามี ตายแล้วจะไปเกิดในสุทธาวาสพรหมโลก แล้วนิพพานบนนั้น   และอริยบุคคลขั้นต่ำสุด คือ พระโสดาบันตายแล้วขั้นต่ำคือ เกิดเป็นมนุษย์ ไม่ไปเกิดในภพภูมิที่ต่ำกว่านี้ และจะเกิดอีกสูงสุดไม่เกิน 7 ชาติ จะต้องนิพพานแน่นอนฯ






.......................................................





ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

รวบรวมโดย...แสงธรรม

(แก้ไขแล้ว ป.)

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 25 กันยายน 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ประวัติพญานาค

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท16/08/2017
ผู้เข้าชม3,326,595
เปิดเพจ5,468,672
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view