/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

สร้างฐานะ

สร้างฐานะ

ใช้ธรรมะ...กำจัดความยากจนและพุทธวิธีสร้างความร่ำรวย







---ความยากจน  โดยทั่วไปจะหมายถึง  ความยากจนที่วัดกันที่ระดับรายได้  หรือฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคล ว่ามีรายได้ไม่เพียงพอ  หรือมีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐาน คุณภาพชีวิตขั้นต่ำที่ยอมรับในแต่ละสังคม  ครอบคลุมถึงการขาดโอกาสด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล  และโอกาสอื่นในการพัฒนาคน  การไร้ซึ่งอำนาจ  การขาดสิทธิ ขาดเสียง  ตลอดจนการตกอยู่ในความเสี่ยงและความหวาดกลัว  มีปราชญ์โบราณ ได้จำแนกประเภทของความยากจน ไว้ดังนี้


---1.จนทรัพย์          ไม่มีเงินใช้


---2.จนตรอก          ไม่มีทางไป


---3.จนใจ          ไม่มีทางคิด


---4.จนแต้ม          ไม่มีทางเดิน


---5.จนมุม          ไม่มีทางหนี


---6.จนปัญญา          หาทางออกไม่มี


 

*และมีวิธีแก้ไขอย่างน่าสนใจว่า


---จนเพราะไม่มี          ขัดข้องขัดสน          แก้ที่เศรษฐกิจ


---จนเพราะไม่พอ          ถมไม่เต็ม  พร่องอยู่เป็นนิตย์          แก้ที่ใจ


---จนเพราะไม่เจียม          ไม่กตัญญู          ต้องรู้ประมาณตน


---จนเพราะไม่จำ          ขาดสำนึก  คิดแต่แก้ตัว          ต้องแก้ไขที่ตน


---การที่จะใช้ธรรมะ แก้ปัญหาความยากจนนั้น  ต้องปฏิบัติตามหลักอริยสัจ คือ  ต้องวิเคราะห์ไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา  ซึ่งมีหลักใหญ่ ๆ  2  ประการ  คือ สาเหตุภายนอก และสาเหตุภายใน   เมื่อทราบประเด็นแล้วจึงหาวิธีการแก้ไขให้สอดคล้อง  ซึ่งหลักธรรมสำหรับแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น  ได้แก่


---1.หลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4  คือ  การรู้จักขยันหมั่นเพียรและรู้จักรับผิดชอบ ในการประกอบสัมมาชีพ  รู้จักอดออมใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น  คบเพื่อนที่ดี  และเป็นอยู่อย่างเหมาะสม กับฐานะทางเศรษฐกิจของตน


---2.หลักมัชฌิมาปฏิปทา  คือ  เดินทางสายกลางในการเลี้ยงชีวิตตามความพอดีกับความสามารถและฐานะของตน


---3.หลักปัจจัยปัจจเวกขณะ  คือ  การพิจารณาปัจจัย 4  ก่อนบริโภค  โดยใช้ปัญญา พิจารณาว่าสิ่งใดมีประโยชน์และจำเป็นต่อการดำรงชีวิต  สิ่งใดไม่มีประโยชน์และไม่จำเป็น  ไม่หลงติด อยู่กับรูป  สี  สัณฐาน  ค่านิยม  แต่เน้นที่คุณค่าและความจำเป็นต่อการดำรงชีพเป็นสำคัญ


---4.เว้นจากอบายมุข  คือ  สุรา  ยาเสพติด  เที่ยวกลางคืน  เที่ยวดูการละเล่น  คบคนชั่ว  และเกียจคร้านในการทำงาน  อันเป็นต้นเหตุแห่งความหายนะของทรัพย์สินและชีวิต


---5.ปัญญา  คือ  การดำเนินชีวิตโดยใช้ปัญญานำในการแยกแยะดีชั่ว  สิ่งที่จำเป็น ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต  หลีกเลี่ยงจากเหตุที่จะทำให้ตนและครอบครัวหายนะ  หมั่นพัฒนาตนและคนในครอบครัว  ตลอดทั้งอาชีพ หน้าที่การงาน  ฐานะเศรษฐกิจและสังคมให้มีความมั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยยึดหลักของสัมมาชีพเป็นบรรทัดฐาน


 ---6.หลักกุลจิรัฏฐตธรรม  4  ประการ  คือ


---รู้จักแสวงหาของที่หายไปแล้วหรือหามาทดแทน


---รู้จักซ่อมแซมของเก่าที่ชำรุดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่


---รู้จักประมาณในการกินการใช้


---ผู้ที่จะเป็นผู้นำครอบครัวต้องเป็นผู้มีศีลธรรม


---ปัญหาความล่มสลายของครอบครัวที่เกิดจากการไม่รู้จักรักษาทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ เมื่อหายไปแล้วก็ไม่รู้จักแสวงหาหรือหามาทดแทน  ของที่ชำรุดพอที่จะนำกลับมาซ่อมแซมเพื่อใช้ใหม่ได้ ก็ไม่ทำ  ตั้งท่าจะซื้อใหม่อย่างเดียว  การไม่รู้จักกินไม่รู้จักใช้  และผู้นำครอบครัวไม่มีศีลธรรม  ประกอบ มิจฉาชีพ  มีความประพฤติที่ไม่ดี  ติดอยู่ในอบายมุข  เป็นต้น  เป็นสาเหตุ ที่ทำให้ครอบครัวหรือตระกูล   ที่มั่งคั่งตั้งอยู่ไม่ได้  ซึ่งเราจะพบเห็นปัญหานี้ได้ทั่วไปในสังคมไทย  เพราะฉะนั้น หลักธรรมทั้ง 4 ประการนี้ สามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี


---7.จักร 4  มรรคาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัว


---ปฏิรูปเทสวาสะ          อยู่ในถิ่นที่ดีมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม


---สัปปุริสูปัสสยะ          คบคนดีมีความสัตย์


---อัตตสัมมาปณิธิ          ตั้งตนไว้ชอบ   (การมีศีล  จิตมีธรรม)


---ปุพเพกตปุญญตา          ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ก่อนแล้ว  คือ ได้สร้างสมคุณความดีเตรียมพร้อมไว้แต่ต้น


---ทั้ง 4 ประการนี้  เป็นหลักธรรมที่ส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของคนได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังเป็นหลักที่ป้องกันปัญหาอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวด้วย  ตัวอย่างเช่น  การอยู่ในประเทศที่ดี  มีความเหมาะสมทั้งสิ่งแวดล้อมและบุคคล  จะช่วยป้องกันปัญหายาเสพติด  การพนันได้  เป็นต้น


*พุทธวิธีสร้างความร่ำรวย  กำจัดความยากจน
 

---หลักคิดในการทำงานสร้างฐานะความมั่งคั่งของอภิมหาเศรษฐีคนหนึ่ง  คือ


---1.ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้   


---2.ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้  


---3.ตายเสียดีกว่าละทิ้งหน้าที่


---กลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจที่ลึกกว่านั้น  คือ   "ไม่เหมือนใคร"    "ไม่หยุดอยู่กับที่" และ  "พร้อมจะเปลี่ยนแปลง"     รวมทั้งมีปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอันได้แก่


---ความกล้าในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว  กล้าทดลองลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน  ก็กล้าที่จะปรับทิศทางธุรกิจในเครือในจังหวะที่เหมาะสม


---ความเป็นนักเจรจา ความกว้างขวางในการสร้างพันธมิตร บริหารสายสัมพันธ์ จนสามารถประสานกับทุกฝ่าย อย่างลงตัว


---วิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า  ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง  พร้อมกับกำหนดกลยุทธ์ ได้ตรงกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  
 

*สูตรเศรษฐี  หรือ  "คาถาหัวใจเศรษฐี"  ที่พระพุทธเจ้าประทาน  คือ  อุ  อา  กะ  สะ ซึ่งมีความหมายดังนี้


---1.อุ  =  อุฏฐานสัมปทา  คือ  ถึงพร้อมด้วยความหมั่น  ได้แก่  ขยันหมั่นเพียร  ประกอบการงาน  หาเลี้ยงชีพในทางสุจริต  หนักเอาเบาสู้  ไม่เกียจคร้านสันหลังยาว  เอาแต่นอน เอาแต่เที่ยวเล่น  ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า ๆ เป็นต้น    ไม่มีความยากจนในหมู่คนขยัน


---2.อา  =  อารักขสัมปทา  คือ  ถึงพร้อมด้วยการรักษา  ได้แก่  การรู้จักคุ้มครองและรักษาโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียร  โดยชอบธรรมด้วยความสุจริตนั้น  ไม่ให้เป็นอันตราย สูญหายไปโดยทางไม่สมควร  เป็นต้น


---3.กะ  =  กัลยาณมิตตตา  คือ  การคบหาคนดีเป็นมิตร  ได้แก่  การรู้จักเลือกคบคนดี ไม่เอาอย่างในทางเสื่อมเสียของเพื่อน  เมื่อเพื่อนชักจูงไปในทางเสื่อมเสียก็ไม่ใจอ่อนคล้อยตาม  เป็นตัวของตัวเองในทางที่ถูกต้อง  เป็นต้น


---4.สะ  =  สมชีวิตา  คือ  การเลี้ยงชีวิตแต่พอดี  ได้แก่  การรู้ประมาณรายรับและรายจ่ายของตน  ไม่ให้ฝืดเคืองจนลำบาก  ไม่จ่ายมากจนเป็นหนี้  ดำเนินตามหลัก  "มัชฌิมา"  คือ ไม่ตึง จนเดือดร้อน  และไม่หย่อนจนตกเป็นทาส  ทุกวันนี้สินค้า  "ส่วนเกินของชีวิต"  มีมาก  ต้องมีปัญญาประกบความคิดด้วย  ต้องแยกให้ออกว่าอะไรเป็นสิ่งบำรุง   อะไรเป็นสิ่งบำเรอ   อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นแก่ชีวิต   เป็นต้น  ถ้ามีแต่ความคิดความขยันหาเงินเก่ง  แต่ขาดปัญญาที่จะช่วยวินิจฉัยว่า สิ่งใดควรหรือสิ่งใดไม่ควร   ชีวิตนี้ก็จะถมไม่รู้จักเต็ม  หาเงินกันจนตายก็ไม่พบความสุข  หรือมีเงินมากมายเท่าไรก็ไม่พบความสุข 


---มะเร็งร้ายในสังคมปัจจุบันคือ  การใช้ของเงินผ่อน  หรือใช้สิ่งที่ไม่ควรจะใช้  หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้  แต่เพราะเห็นว่าเพื่อนบ้านเขามีใช้  เกรงว่าจะน้อยหน้าเขา  ก็จำต้องมีต้องใช้ตามเขาไป  การประหยัด ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้ได้  และปลูกฝังให้ลูก ๆ เกิดค่านิยมให้ได้  ควรจะแนะนำและทำให้ดูเสียแต่ลูกยังเล็ก ๆ  เพราะไม้อ่อนย่อมดัดง่ายอยู่แล้ว  จากการปฏิบัติตามพุทธวจนะ ด้วยการเว้นอบายมุขทุกชนิด  ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า ๆ  เราก็พอมีกินมีใช้  ไม่ต้องเป็นหนี้ใคร


*พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ความรู้จักพอเป็นยอดทรัพย์  คนส่วนใหญ่จนเพราะไม่รู้จัก คำว่า  "พอ"


---ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ          พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล


---จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ          ต้องคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ


---คนที่มีความสุขในชีวิตต้องเป็นคนรู้จักพอ  หมายถึงว่า  "ความพอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ทำ"  ใครไม่มีสิ่งที่ตัวชอบก็ต้องชอบสิ่งที่ตัวมี  ภาษิตฝรั่งว่า  "นกตัวเดียวในกำมือ ดีกว่า นกสองตัวบนต้นไม้"


---คนไทยทุกวันนี้น่าเป็นห่วง  คือ  หลงวัตถุนิยมกันมาก  ได้เท่าไรก็ไม่รู้จักพอ ทำให้ต้องขวนขวายดิ้นรนจนหน้าดำคร่ำเครียด  เบียดเบียนกันเพื่อให้ตัวเองได้สิ่งต่าง ๆ มาเพื่อจะได้ พ้นจากคำครหาว่า  "จน"


---ดังนั้น ขออันเชิญพระราชดำรัสบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง"  ทรงได้มีพระมหากรุณาธิคุณอธิบายถึงคำว่า  "พอเพียง"  หมายถึง  "พอมีพอกิน"   ไว้ดังนี้


 ---" .พอมีพอกิน  ก็แปลว่า  เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง  ถ้าแต่ละคนมีพอกิน ก็ใช้ได้  ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี  . . .


---พอเพียงนี้ก็หมายความว่า  มีกิน  มีอยู่  ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้แต่ว่าพอ . . .


---ถ้าคนเราพอใจในความต้องการมันก็มีความโลภน้อย  เมื่อมีความโลภน้อย  ก็เบียดเบียนผู้อื่นน้อย  ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้  มีความคิดว่า ทำอะไรต้องพอเพียง  หมายความว่า พอประมาณ  ซื่อตรง  ไม่โลภอย่างมาก  คนเราก็อยู่เป็นสุข  พอเพียงนี้อาจจะมีมาก  อาจจะมีของ  หรูหราก็ได้  แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น  ต้องให้พอประมาณ  พูดจาก็พอเพียง  ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติงานก็พอเพียง".






...........................................................................





ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

 รวบรวมโดย...แสงธรรม

(แก้ไขแล้ว ป.)

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 24 กันยายน 25558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« July 2017»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท17/07/2017
ผู้เข้าชม3,222,399
เปิดเพจ5,304,301
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view