/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

รู้เรื่องพลังจักรวาล

รู้เรื่องพลังจักรวาล

รู้พลังจักรวาล







*พลังจักรวาล


---หลักสำคัญของพลังจักรวาลคือการเพิ่มพลังให้กับร่างกายทั้งกายธาตุและกายทิพย์ เพื่อเพิ่มพลังหรือชำระให้สะอาดหมดจด หรือทั้งสองอย่าง


---ความจริงแล้วไม่ใช้แค่วิชาพลังจักรวาลเท่านั้นที่ใช้หลักการนี้พวกเทวปูชาก็ใช้หลักการนี้มาแต่ดึกดำบรรพ์ พวกฤๅษีก็ใช้ แม่แต่พระสงฆ์องค์เจ้าก็ใช้ หลักการวิชาธรรมะเปิดโลกก็เป็นหลักการเดียวกัน เพียงแต่มีเป้าหมายสูงกว่าคือเพื่อรู้แจ้งโลกและหลุดพ้น


---ส่วนพลังจักรวาลที่ใช้ๆกันทั่วไปนั้นต้องการเพียงเพื่อผลทางสุขภาพกาย สุขภาพใจเป็นสำคัญ


*แหล่งพลังงาน


---พลังทุกอย่างต้องมีที่มา เช่นพลังแม่เหล็กโลกก็มาจากแกนโลก พลังหลุมดำก็มาจากศูนย์กลางแกแลกซี่ พลังจักรวาลก็มีที่มาเช่นกัน ขอบอกเพียงสั่นๆว่าเป็นพลังศักดิ์ จะศักดิ์สิทธิ์มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้อัญเชิญเป็นสำคัญ


*จักรา


---จักราคือตำแหน่งที่ใกล้เคียงกลุ่มอวัยวะสำคัญหลักๆของร่างกายที่ง่ายต่อการมอบพลัง เพราะเชื่อมโยงกันด้วยระยะทางอันสั้น


---นิยามแพทย์จะเข้าใจได้ง่ายกว่าและตรงความจริงกว่าด้วย


---อวัยวะสำคัญ ๆ ในร่างกาย


---สมอง ใช้ตำแหน่ง ยอดศรีษะ


---ตา หู จมูก ลิ้น ใช้ตำแหน่ง หลังศรีษะ


---คอ หลอกลม กระเดือก ใช้ตำแหน่ง คอด้านหลัง


---หัวใจ ปอด ใช้ตำแหน่ง หลังตอนบน


---กระเพาะ ใช้ตำแหน่ง หลังตอนกลาง


---ตับ ไต ม้าม ใช้ตำแหน่ง หลังตอนกลางล่าง(ตรงกับสะดือ)


---ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ ใช้ตำแหน่ง หลังตอนล่าง


---ทวารหนัก ใช้ตำแหน่ง ก้นกบ(ซึ่งตำแหน่งนี้มักให้เจ้ตัวทำเอง)


---ดังนั้นจักราไม่จำเป็นต้องมี  7  อาจจะมีเท่าไรก็ได้ แล้วแต่ความละเอียดในการแบ่ง ซึ่งพวกหมอและพยาบาลจะแบ่งได้แม่นยำกว่า คนทั่วไปมาก


---ที่แบ่งจักราเป็น     7  จุดทั่วไปนั้นเป็นการแบ่งคร่าวๆ  เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล  ซึ่งจัดแบ่งกันมาตั้งแต่สมัยก่อนยุคฮินดู  และยังอยู่แม่ในปัจจุบันเพราะง่ายดีกระนั้น  ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระก็สามารถพัฒนาให้ละเอียดขึ้นได้


*วิธีปฎิบัติแบบพลังจักรวาล


---ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วเป็นวิธีการฝึกปฎิบัติกันมายาวนานแล้ว


---แท้จริงแล้วการเพิ้มพลังให้กับร่างกายทั้งกายธาตุและกายทิพย์นั้นนักปฎิบัติสามารถทำให้ตนเองด้วยตนเองได้ หรือจะรับจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยตรงก็ได้ หรือจะรับจากผู้มีใจสูงก็ได้ ดังนี้


*การเพิ่มพลังให้ตนเอง


---สมัยโบราณนั้น นักฝึกฝนได้ทำการเพิ่มพลังให้แก่อวัยวะสำคัญต่างๆของตนเองด้วยพลังจิต โดยทำให้จิตเข้มข้นด้วยการกำหนดสติแล้วเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ใกล้อวัยวะสำคัญเหล่านั้น เพื่อกระตุ้นให้ทำงานดีและมีพลังโดยสมควร


---การฝึกจิตแบบนี้เป็นการฝึกจิตแบบดั้งเดิมของผู้มีใจสูงทั่วโลก ซึ่งชนโบราณได้ค้นพบว่าจุดต่างๆในร่างกายนั้น ถ้าเรารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อจิตใจและร่างกายมากดังนี้


*จุดกลางกระหม่อม


---จุดกลางกระหม่อม หรือส่วนบนสุดของศรีษะ จุดนี้เป็นจุดที่คลายอารมณ์คลายความตึงตัวที่ดี เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญญาญาณและสติปัญญา เกิดความปีติแจ่มใสได้ง่าย ให้กำหนดความรู้ตัวที่นี้ให้แจ่มชัด


*จุดหว่างคิ้ว


---จุดหว่างคิ้วนี้เป็นจุดตื่น ทำให้ตื่นตัวได้ง่าย และมีประโยชน์ในการรวมพลังส่งไปให้ผู้อื่น กำหนดจิตไว้ที่นี้อย่างนุ่มเบาและมั่นคง อย่างเพ่งแรง ถ้าเพ่งแรงจิตจะตึง อาจมึนศรีษะได้ จำไว้ปฎิบัตินุ่มเบาและมั่นคง


*จุดที่ตา


---จุดที่ตา เป้นจุดที่หากประคองความรู้ตัวโดยไม่เพ่ง ไม่บีบจุดนี้จะทำให้เกิดจิตตานุภาพ ตานี้จะเป็นหน้าต่างของจิตใจ อาการทางตาเป็นยังไงจิตมักเป็นอย่างนั้น สังเกตดู ถ้าตารู้สึกตึงแสดงว่าจิตใจเรายังตึงตัวอยู่ ให้แผ่เมตตาออกไปจนรู้สึกเป็นที่สบาย


*จุดปลายจมูก


---จุดปลายจมูกนี้ จะเป็นจุดที่ทำให้เกิดปีติ ซาบซ่านได้ง่ายแต่ควรระมัดระวัง อย่าใช้ตาไปเพ่งดู ให้ใช้ความรู้ตัวรู้อยู่ตรงนั้น


*จุดเหนือลูกกระเดือก 2 นิ้ว


---จุดนี้ จะใกล้จุดที่รับรสต่างๆ ของลิ้นมาก เวลาหิวถ้าทำจุดนี้ให้สงบความหิวจะหายไป


*จุดใต้ลูกกระเดือก 2 นิ้ว


---ฐานนี้เป็นภวังค์ของการหลับ ไครมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับให้ประคอความรู้ตัวไว้ที่นี้ จนเป็นที่สบาย ค่อยๆ ผ่อนควายกำหนดตัวเองให้หลับได้ง่าย สังเกตดูเมื่อประคองจิตมาไว้ตรงนี้จะรู้สึกเคลิ้ม


*จุดที่หัวใจ


---จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญที่สุดคือจุดที่หัวใจ จุดนี้เป็นจุดแห่งความรู้แจ้งใหม่ๆ จะเห็นการเต้นของหัวใจได้ชัดผ่อนคลายอาการที่หัวใจนั้น ให้สงบระงับและประคองให้อยู่ในจิตเอง ให้มีสติ จิตรู้จิต จิตรู้ใจ เมื่อมาอยู่ตรงนี้คราใดจะมีความเบิกบานแจ่มใส มีแสงสว่างไสวอยู่ตรงนั้น ประคองไว้ให้มั่น ฐานนี้เป็นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นฐานที่ตั้งของใจโดยตรง ไม่ว่าจะฝึกจิตในอริยาบถใดก็ตามให้สังเกตและตั้งความรู้ตัวไว้ตรงนี้เสมอๆ


*จุดเหนือสะดือ


---จากนั้นขยับมาที่จุดเหนือสะดือประมาณ 2 นิ้ว หรือจุดก้นกบนั้นเอง จุดนี้เป็นจุดที่ให้ความกระปรี้กระเปร่า ความสดชื่นได้ดี เพราะเมื่อกำหนดจุดนี้ จะทำให้หายใจทั่วปอด เป็นจุดที่ทำให้เกิดปีติ จึงเป็นจุดที่พวกฟๅษีชีไพรติดกันมาก เชื่อว่าเป็นจุดที่นำไปสู่ความสำเร็จแต่จริงๆแล้วยังไม่ใช้ เพียงเป็นจุดที่ให้ความสุขอันละเอียด พึงระวังอย่าเพ่งอย่าบีบจิตฐานนี้จะทำให้ดิ่งจิตเข้าสู่ความสงบ ปล่อยให้คลายไปเลย


*จุดสะดือ


---เมื่อประคองความรู้วจนได้ความสงบพอสมควรแล้ว ต่อไปค่อยๆประคองความรูตัวมาไว้ที่สะดือ ที่สะดือเป็นจุดเริ้มต้นที่นำอาหารและอากาศมาล่อเลี้ยงร่างกายสมัยเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา ดังนั้น ประคองความรู้ตัวให้แจ่มใส เมื่อแจมใสได้ดีแล้ว จะเห็นขบวนการต่างๆ ของร่างกายภายในได้ชัดเจน


*จุดใต้สะดือ


---จุดต่อไปนี้เป็นจุดใต้สะดือสองนิ้ว เอาความรู้ตัวไปอยูที่นั้นอย่างสงบ น่มนวลและแผ่วเบา อย่าเพ่งอย่าบีบจิต ฐานนี้จะทำให้ดิ่งไปสู่ความสงบปแล่อยดิ่งไปเลยจนเป็นที่สบาย


*จุดก้นกบ


---จุดต่อไปนี้ให้กำหนดความรู้ตัวไว้ที่ก้นกบ จุดนี้เป็นจุดรับน้ำหนักของเราในขณะนี้ เป็นจุดที่สร้างความรู้สึกทางกายได้ชัด จะเกิดความเสียวซ่านไปยังประสาทส่วนต่างๆทำให้กำหนดความรู้ตัวทั่วพร้อมได้ง่าย


*จุดท้ายทอย


---ให้ประคองความรู้ตัวจากก้นกบขึ้นไปตามกระดูกสันหลัง ถึงตรงรอยต่อของกระดูกสันหลังกับสมองใกล้ Medulla Oblongataภาษาฤๅษีเรียกศูนย์วิสุทธิจักร จุดนี้เหมือนกับหัวเทียนในร่างกายของคนจะ spark พลังต่างๆมากมาย ถ้าทรงสติ ณ จุดนี้ให้มั่นคงต่อเนื่องจนเป็นสมาธิและผ่อนคลายให้โปร่งว่างสบายแล้ว กระบวนการสร้างพลังจะราบรื่นและสามารถดูดพลังละเอียดในบรรยากาศมาบริโภคได้ เช่น อีเธอร์หรือโอโซนในบรรยากาศ หรือรังสีทิพย์ในมิติทิพย์ เป็นต้น


---นั้นคือเทคนิคการเพิ้มพลังในตนด้วยตนเอง ซึ่งนักปฎิบัติตามพงไพรนิยมใช้กันเป็นประจำ


---แต่หากพลังของตนมีไม่พอ เพราะดูแลตัวเองไม่ดี ไม่บริหารเลยอาจเชิญพลังของศาสดาหรือครูบาอาจารย์ที่ตนนับถือ(ศาสนาไหนก็ได้)มาโปรดตนก็ได้….






......................................................





ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล


 รวบรวมโดย...แสงธรรม

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 25 กันยายน 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ประวัติพญานาค

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท16/08/2017
ผู้เข้าชม3,274,798
เปิดเพจ5,383,742
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view