/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

วิถีพุทธ

วิถีพุทธ

 วิถีพุทธ





 

โดย  จินตนา   สินธุพันธ์ประทุม 


---วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวไทย ได้รับการกล่อมเกลาจากคำสอนทางพระพุทธศาสนา มาตั้งแต่ครั้งสร้างชาติไทย กล่าวได้ว่า วิถีพุทธ คือ วิถีวัฒนธรรมของชาวไทยส่วนใหญ่ จนมีความเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก  พุทธธรรม เป็นองค์ความรู้ที่มุ่งเน้นให้เข้าใจธรรมชาติของโลกและชีวิต ให้สามารถ ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม คือ การกิน อยู่ ดู ฟัง และการมีชีวิตที่บริสุทธิ์ ทำให้ผู้ศึกษาและปฏิบัติตามพุทธธรรม มีความสุข ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้คนรอบข้างและสังคมมีความสุขไปพร้อมกันด้วย


---พุทธธรรม  เป็นระบบการศึกษา  3  ประการ เรียกว่า ไตรสิกขา  คือ ศีล  สมาธิ  ปัญญา  ซึ่งเป็นระบบการฝึกหัดอบรม เพื่อพัฒนากาย ความประพฤติ จิตใจ และปัญญา ไตรสิกขานี้ เป็นองค์ความรู้ที่ครอบคลุมการดำเนินชีวิตทุกด้าน ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน ไตรสิกขาจึงเป็นระบบการให้การศึกษาที่สมบูรณ์ที่สุด ในการทำให้เป็นคนดี เก่ง และมีความสุข


---การศึกษาของกุลบุตร กุลธิดาชาวไทยในอดีต มีฐานจากการใช้พุทธธรรมมาอบรมสั่งสอน และกุลบุตร กุลธิดา ทั้งหลาย ก็ได้ยึดมั่นในการนำวิถีพุทธมาเป็นวิถีชีวิต ตามครรลองของพุทธศาสนิกชนที่ดี มีการเข้าวัด ให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังธรรม ประพฤติปฏิบัติตนเพื่อขจัดขัดเกลากิเลส  ชีวิตประจำวัน ผูกพันใกล้ชิดกับวัด มีวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด


---วันพระ คือ วันที่มีความสำคัญเป็นชีวิตจิตใจ เป็นวันแห่งการทำความดี ในวันพระชาวพุทธจะหยุดปฏิบัติการงานที่เป็นข้าศึกหรือเป็นอกุศล เช่น ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ละอบายมุข เช่น สุราเมรัย เป็นต้น บางคนมีศรัทธามาก ในวันพระก็นุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลบ้าง ศีล 8 บ้าง ยามว่างก็สนทนาธรรมกัน ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันถ้วนหน้า


---เด็กๆ เห็นผู้ใหญ่ เป็นแบบอย่าง ก็พากันประพฤติปฏิบัติตาม สังคมอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ย้อนมาดู อนุชนรุ่นหลังที่ผ่านการศึกษาอบรมในระบบโรงเรียน ซึ่งนำองค์ความรู้ตามโลกนิยมทางตะวันตกมาใช้ในระบบการศึกษา ทำให้คนไทยยุคปัจจุบัน ดำเนินชีวิตห่างเหินจากพุทธธรรม ห่างเหินจากวัดและศาสนา หากจะถามคนไทยว่า วันนี้เป็นวันพระใช่ไหม ก็จะพบว่าส่วนใหญ่อ้ำอึ้ง ไม่สามารถตอบได้ ทั้งนี้เพราะไม่เคยเห็นความสำคัญ และไม่ได้ประพฤติปฏิบัติศาสนกิจใดๆ ในวันพระ ซึ่งในอดีตเป็นวันแห่งการทำความดี 


---บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่ชาวพุทธจะได้นำพุทธธรรมมาเป็นหลักในวิถีชีวิต เพื่อการมีชีวิตที่งดงามและเพื่อจรรโลงพุทธธรรม  สมบัติของชาติ ซึ่งได้ก่อร่างสร้างฐานของวัฒนธรรมไทยมาแต่อดีต วิถีพุทธ คือ วิถีแห่งปัญญาที่จะนำความร่มเย็นเป็นสุขและความเจริญทางด้านจิตใจมาสู่สังคมไทย เป็นที่น่ายินดี ที่กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้สถานศึกษา นำระบบของพุทธธรรม มาประยุกต์จัดกับระบบการเรียนการสอน ในสถานศึกษาปัจจุบัน เพื่อพัฒนาเยาวชนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณสมบัติของการเป็นคนที่ดี เก่ง และมีความสุข อันเป็นเป้าหมายแท้ของพุทธธรรมนั่นเอง โดยการผ่านการดำเนินงานของ “โรงเรียนวิถีพุทธ”

 

*ก่อนที่จะกล่าวถึง การดำเนินงานของโรงเรียนวิถีพุทธ จะได้กล่าวถึงลักษณะของพุทธธรรม


---สู่การดำเนินชีวิตในแนวทางวิถีพุทธ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีพุทธยิ่งขึ้น พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) (7-67 , 2547) ได้กล่าวถึงลักษณะของพุทธธรรม หรือวิถีพุทธธรรม สรุปได้ดังนี้


---1.คำสอนเป็นกลาง ปฏิบัติสายกลาง หรือลักษณะที่เป็นสายกลาง ไม่สุดโต่งในทางความคิดหรือสุดโต่งในทางปฏิบัติตน เห็นความสำคัญทางด้านจิตใจ และทางด้านร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ จึงวางข้อปฏิบัติที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง หรือข้อปฏิบัติที่เป็นสายกลาง (มรรคมีองค์ 8) คือ ความพอดีและทัศนะเกี่ยวกับ สัจธรรม ก็เป็นกลาง ความจริงที่เป็นกลาง ตามเหตุปัจจัยไม่ขึ้นกับใคร (เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท) 


---2.พุทธธรรมมีหลักการเป็นสากล หรือสอนหลักความจริงที่เป็นสากล ความจริงเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ คือ ธรรมดาของสิ่งทั้งหลาย เป็นเช่นนั้นเอง เรียกว่า เป็นกฎธรรมชาติ ในทางปฏิบัติ สอนให้คนมีเมตตากรุณาอย่างเป็นสากล ชาวพุทธต้องมีความเมตตากรุณา ต่อสรรพสัตว์ทั่วกันหมดไม่เลือกพวกเขาพวกใคร


---3.พุทธธรรมให้ความสำคัญของสาระ (ธรรม) และรูปแบบ (วินัย)  ธรรมวินัยจึงเป็นชื่อหนึ่งของพุทธศาสนา ต้องมีทั้งสองอย่าง "ธรรม" เป็นหลักความจริง ซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมดาของมัน และเป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ ส่วน "วินัย" เป็นกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ กติกา หรือข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้นเพื่อให้คนในสังคมประพฤติปฏิบัติ เพื่อความเจริญ และความสงบสุข วินัยเปรียบได้กับศีล เช่นศีล 5 เป็นต้น


---4.พุทธธรรมสอนหลักกรรม  พระพุทธศาสนายึดเอาการกระทำหรือความประพฤติเป็นเครื่องจำแนกคน ไม่แบ่งแยกด้วยชาติกำเนิด ผิวพรรณ  เน้นการรับผิดชอบต่อการกระทำของตน ไม่ซัดทอดสิ่งภายนอก มีการสำรวจตนเองเป็นเบื้องต้นก่อน นอกจากนี้ สอนหลักกรรม ให้รู้จักพึ่งตนเอง ไม่ฝากไว้กับโชคชะตา กรรมสอนคู่กับความเพียร ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ จากความเพียร และจากการกระทำตามทางของเหตุและผล


---5.สอนให้มองความจริงโดยแยกแยะ จำแนกครบทุกด้านทุกมุม  ตัวอย่างเช่น มีผู้ถามเรื่อง การพูดว่าสิ่งใดควรพูด สิ่งใดไม่ควรพูด พระพุทธองค์ตรัสแยกแยะให้ฟังว่า


---วาจาใดไม่จริง          ไม่เป็นประโยชน์           ไม่ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์ไม่ตรัส


---วาจาใดเป็นคำจริง          ไม่เป็นประโยชน์           ไม่ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์ไม่ตรัส


---วาจาใดเป็นคำจริง          เป็นประโยชน์           ไม่ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์เลือกกาลที่จะตรัส


---วาจาใดไม่จริง          ไม่เป็นประโยชน์           ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์ไม่ตรัส


---วาจาใดเป็นคำจริง          ไม่เป็นประโยชน์           ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์ไม่ตรัส


---วาจาใดเป็นคำจริง          เป็นประโยชน์           ถูกใจผู้ฟัง          พระองค์เลือกกาลที่จะตรัส


---ลักษณะท่าที่ของการสนองตอบ   หรือปฏิกิริยาต่อสิ่งทั้งหลาย   แบบชาวพุทธ    ต้องมองอย่าง วิเคราะห์  แยกแยะ  จำแนกแจกแจง   ครบทุกด้าน


---6.หลักการสำคัญของพุทธศาสนา คือ มุ่งอิสระภาพ  ดังพุทธพจน์ว่า “ มหาสมุทรแม้จะกว้างใหญ่เพียงใดก็ตาม  แต่น้ำในมหาสมุทรที่มากมายนั้น มีรสเดียว คือ รสเค็มฉันใด ธรรมวินัยของพระองค์ที่สอนไว้มากมาย ทั้งหมดก็มีรสเดียว คือ วิมุติรส ได้แก่ ความหลุดพ้นจากทุกข์และปวงกิเลส ฉันนั้น”


---7.เป็นศาสนาแห่งปัญญา ดังพุทธพจน์ว่า  “ธรรมทั้งหลายทั้งปวงมีปัญญาเป็นยอดยิ่ง” หลักปัญญาสำคัญ เพราะปัญญาเป็นตัวตัดสิน ในการเข้าถึงจุดหมายของพระพุทธศาสนา โดยให้ความสำคัญแก่ ศรัทธา  ศีล  สมาธิ  ว่าเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้เพื่อเข้าถึงจุดหมาย โดยมีปัญญาเป็นตัวตัดสินสูงสุด นั่นคือ ศรัทธา ก็ขาดปัญญาไม่ได้  ศีล ก็เพื่อประคับประคองจนเกิดปัญญา  สมาธิ ก็ต้องนำไปสู่ปัญญา มิฉะนั้น จะหลงผิด หลงทาง  ปัญญา  จึงเป็นคุณธรรมสำคัญ  เป็นเอก  ปัญญาในขั้นสูงสุด คือ ปัญญาในขั้นที่รู้เท่าทันสัจจธรรม เรียกว่า วิปัสสนาปัญญา


---8.สอนหลักอนัตตา  พระพุทธศาสนาประกาศหลักสำคัญเกี่ยวกับความจริงของสิ่งทั้งหลายหรือของสภาวะธรรมต่างๆ คือ หลักอนัตตา เป็นหลักใหม่ที่โลกไม่เคยค้นพบมาก่อน ความยึดติดในอัตตาหรือ ตัวตนเป็นสิ่งฝังลึกแนบแน่นในจิตใจมนุษย์ แต่แท้จริงผู้มีปัญญา เห็นว่าสิ่งทั้งหลายที่ดำรงอยู่เป็นไปตามธรรมดาของมันไม่มีใครเป็นเจ้าของ  ไม่สามารถบังคับให้เป็นไปตามใจปรารถนาได้เลย 


---9.การมีทัศนคติที่มองสิ่งทั้งหลายตามความสัมพันธ์แห่งเหตุและปัจจัย  เชื่อมโยงกัน อิงอาศัยกันเป็นไปตามธรรมดาแห่งเหตุปัจจัยนั่นเอง


---10.ยืนยันในศักยภาพสูงสุดของมนุษย์  เชื่อว่ามนุษย์ประเสริฐด้วยการฝึกฝนพัฒนา เมื่อพัฒนา  แล้วก็เป็นผู้ประเสริฐสุด ดังพุทธพจน์ว่า ผู้ที่ฝึกแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์  (ทนฺโต  เสฏโฐ  มนุสฺเสสุ) และเมื่อฝึกดีแล้วมนุษย์ก็จะประเสริฐกว่าเทพทั้งหลาย พระพุทธองค์ฝึกพระองค์ดีแล้ว แม้เทพทั้งหลายก็น้อม นมัสการ 


---11.เป็นศาสนาแห่งการศึกษา  นำเอาการศึกษาเข้ามาเป็นสาระสำคัญ เป็นเนื้อแท้ของการดำเนินชีวิต หลักปฏิบัติทั้งหมดในพระพุทธศาสนาเ รียกว่า  มรรค หมายถึง ทางดำเนินชีวิต  ดังนั้น วิถีชีวิตของชาวพุทธ คือ การดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8  เรียกย่อว่า  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  หรือไตรสิกขา ในที่สุด จะบรรลุจุดหมายแห่งชีวิตที่ดีงาม เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์


---12.ให้ความสำคัญทั้งแก่ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก  ปัจจัยภายในได้แก่ โยนิโสมนสิการ คือ การคิดใคร่ครวญในธรรมโดยแยบคาย ลึกซึ้ง อย่างผู้มีปัญญา คือรู้จักคิด คิดเป็น  ปัจจัยภายนอก ได้แก่ กัลยาณมิตรที่ดี มีครูอาจารย์ที่ดี มีพ่อแม่ที่ดี ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เป็นตัวอย่างที่ดี มีแหล่งความรู้ มีสื่อมวลชนที่ให้ สติปัญญา


---13.สอนให้ตื่นตัวด้วยความไม่ประมาท พระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำ อัปปมาทธรรม หรือ ความไม่ประมาท ถึงกับตรัสเป็นปัจฉิมวาจา คือพระดำรัสสุดท้ายก่อนจะปรินิพพาน ว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”


---14.สอนให้เห็นทุกข์ แต่เป็นสุข  นั่นคือ พระพุทธศาสนาสอนให้มองเห็นความทุกข์ แต่ให้ปฏิบัติด้วยความสุข (ทุกข์ สอนไว้ในหลักไตรสิกขา คือ อนิจจัง ทุกขัง  อนัตตา  และทุกข์ ในหลักอริยสัจ 4  ทุกข์  สมุทัย  นิโรธ  มรรค)  เมื่อความทุกข์มีอยู่จริง พระพุทธศาสนาก็สอนให้เผชิญหน้าความทุกข์นั้น ไม่เลี่ยงหนี แต่ให้มองดูทุกข์นั้นด้วยความรู้เท่าทัน จึงทำให้มีจิตใจปลอดโปร่ง เป็นอิสระ มีปัญญา ไม่ถูกทุกข์บีบคั้น


---15.มุ่งประโยชน์สุขเพื่อมวลชน พระพุทธเจ้าทรงตรัสหลักนี้เสมอ  เมื่อเริ่มประกาศพระศาสนาทรงตรัสแก่ภิกษุว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงจาริกไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนทั้งหลาย เพื่อความสุขแก่ชนทั้งหลาย เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก”  ดังนั้น การดำเนินชีวิตของชาวพุทธทั้งหลาย จึงควรดำเนินตามพระดำรัสนี้ คือ การทำประโยชน์แก่ผู้อื่นและแก่สังคม เมื่อทำความเข้าใจหลักพุทธธรรมที่สำคัญดังกล่าวแล้ว จะทำให้สามารถเข้าใจแนวทางการดำเนินชีวิตตามแบบวิถีพุทธได้กระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น

                        

*ต่อไปจะกล่าวถึงโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนแห่งความหวังของสังคมไทยยุคปัจจุบัน


---โรงเรียนวิถีพุทธเป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนโดยองค์รวม ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านมุมมองชีวิต ด้วยปัญญาความคิดที่เฉลียวฉลาด รู้เท่าทัน และด้านการดำเนินชีวิตอื่นๆ เน้นการกิน อยู่ ดู ฟัง เป็นวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติ เป็นการดำรงชีวิตที่ถูกต้องและเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยใช้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน และการบริการจัดการในโรงเรียน 


---การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียนและกิจกรรมอื่นๆ เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยทั้งพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา ตามหลักไตรสิกขา  ทั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคคลสำคัญที่จะนำครู อาจารย์ บุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน ให้มาร่วมมือกันดูแลเอาใจใส่นักเรียน ตลอดจนช่วยกันเป็นกัลยาณมิตร และสร้างสรรค์ให้โรงเรียนเป็นแห่งเรียนรู้ที่มีคุณค่า เป้าหมายก็คือ พัฒนาเด็กให้เป็นเด็กเก่ง เด็กดี และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข  สามารถเรียนรู้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้


---โรงเรียนวิถีพุทธจัดสภาพทุกด้าน เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาตามหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการ ตามหลักไตรสิกขา เกิดลักษณะของปัญญาวุฒิธรรม  4  ประการ คือ


---1.การอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ครู อาจารย์ดี มีข้อมูลดี มีสื่อที่ดี มี เทคโนโลยีเหมาะสม (สัปปุริสสังเสวะ)


---2.เอาใจใส่ศึกษาโดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ดี  (สัทธัมมัสสวนะ)


---3.มีกระบวนการคิดวิเคราะห์พิจารณาหาเหตุผลที่ดีและถูกวิธี (โยนิโสมนสิการ)


---4.ความสามารถที่นำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้ และดำเนินชีวิตได้ถูกต้องตามธรรม (ธัมมานุธัมมปฏิบัติ)


---ด้านกายภาพของโรงเรียนวิถีพุทธ  จัดอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม  ห้องเรียน และแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนา ศีล สมาธิ  ปัญญา  เช่น มีศาลาพระพุทธรูปเด่น เหมาะสมที่จะชวนให้ระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่เสมอ ตกแต่งบริเวณให้เป็นธรรมชาติ หรือใกล้ชิดธรรมชาติ ชวนให้มีใจสงบ เช่น สะอาด ร่มรื่น เป็นระเบียบ มีป้ายนิเทศ ป้ายคุณธรรม มีห้องจริยธรรม หรือมุมหนังสือธรรมะ ห้องสมุดพระพุทธศาสนา หากมีพื้นที่บริเวณเพียงพอให้ปลูกต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา โรงเรียนวิถีพุทธที่เป็นตัวอย่างที่ดีด้านกายภาพ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนวิถีพุทธส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด


---ด้านกิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิตของโรงเรียนวิถีพุทธ  เน้นการมีวิถีชีวิต หรือ วัฒนธรรมของ การกิน อยู่ ดู ฟัง ด้วยสติสัมปชัญญะ เพื่อเป็นไปตามคุณค่าแท้ของการดำเนินชีวิต โดยมีกิจกรรมตัวอย่าง ดังนี้  กิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระก่อนเข้าเรียน และก่อนเลิกเรียนประจำวัน เพื่อใกล้ชิดศาสนา กิจกรรมรับศีล อาจเป็นบทกลอน หรือเพลงและการแผ่เมตตา เพื่อให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกัน ในสังคมอย่างสันติสุข


---กิจกรรมทำสมาธิ เข้าค่ายปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตใจให้จดจ่อตั้งมั่น มีสมาธิในการเรียน กิจกรรมพิจารณาอาหารก่อนรับประทาน เพื่อให้กินเป็น กินอย่างมีสติ มีปัญญา รู้ เข้าใจกิจกรรมบันทึกและยกย่องการปฏิบัติธรรมและทำความดี เพื่อเน้นย้ำและเสริมแรงการทำความดี เป็นต้น โรงเรียนวิถีพุทธที่เป็นตัวอย่างในด้านการจัดกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนวัดอ้อมน้อย  จังหวัดสมุทรสาคร โรงเรียนสัตยาไส  จังหวัดลพบุรี  เป็นต้น


---ด้านการเรียนการสอนในโรงเรียนวิถีพุทธ  มีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน ที่บูรณาการพุทธธรรมในทุกสาระวิชา โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักไตรสิกขา อย่างบูรณาการได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ได้แก่ โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ  กรุงเทพมหานคร กระบวนการจัดการเรียนรู้ ควรมีลักษณะ “สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น” โดยครูเป็นกัลยาณมิตร และแบบอย่างที่ดี เกิดวัฒนธรรมเมตตาและวัฒนธรรมแสวงปัญญา เช่น “การกิน อยู่  เป็น” เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตที่อยู่ได้เหมาะสม เป็นไปตามคุณค่าแท้ หรือ “การดู ฟัง เป็น”  เพื่อเน้นประโยชน์ในการเรียนรู้เพิ่มพูนปัญญา


---ด้านบรรยากาศ และปฏิสัมพันธ์ของโรงเรียนวิถีพุทธ  ต้องส่งเสริมบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน มีบรรยากาศของการเคารพอ่อนน้อม ยิ้มแย้มแจ่มใส การมีความเมตตากรุณาต่อกัน  ทั้งครูต่อครู  ครูต่อนักเรียน และนักเรียนต่อนักเรียน ส่งเสริมให้บุคลากรและนักเรียนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น เช่น การเสียสละ  การลด ละ เลิกอบายมุข  โรงเรียนวิถีพุทธส่วนมาก สามารถจัดบรรยากาศเช่นนี้ได้ดี เช่น การมีกิจกรรม “ยิ้ม ไหว้ ทักทายกัน” หรือ “ น้องเคารพพี่” เป็นต้น


---ด้านการบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ  ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน สร้างความตระหนักและศรัทธา และความเข้าใจในหลักการและวิธีดำเนินการ โรงเรียนวิถีพุทธร่วมกัน ทั้งนี้ผู้บริหารและครู ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพียรพยายามสนับสนุนและเป็นตัวอย่างที่ดี ตามวิถีชาวพุทธ บางสถานศึกษา ประยุกต์ไตรสิกขาในระดับชั้นเรียนหรือรายวิชา ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ บางสถานศึกษาเน้นประยุกต์ในระดับกิจกรรมวิถีชีวิตประจำวัน หรือบางสถานศึกษา ทำทั้งระบบทุกส่วนของการจัดการศึกษา


---โรงเรียนวิถีพุทธเป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษา 1 ใน 5 รูปแบบของสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ระยะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2546  มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 89 โรง ปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) มีโรงเรียนต่างๆ ให้ความสนใจ สมัครเข้าร่วม  โครงการมากถึง  18,000 โรง ทั่วประเทศ


---โดยหน่วยงานทางการศึกษาต่างๆ หลายหน่วยงานตระหนักถึงความสำคัญของโรงเรียนวิถีพุทธ จึงได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ รวมทั้งสถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  ก็ได้จัดโครงการส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนวิถีพุทธดีเด่น ประจำปีงบประมาณ  2548  เพื่อให้โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนแห่งความหวังของสังคมไทย ได้ขยายเครือข่ายออกสู่วงกว้าง เป็นการสร้างสรรค์สังคมไทย ดำเนินบนหนทางแห่งคุณค่า ด้วยวิถีพุทธธรรมสืบไป.






 

………………………………………………………






เอกสารอ้างอิง

คุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) , พระพรหม . รู้หลักก่อน  แล้วศึกษาให้ได้ผล .

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กรุงเทพฯ

โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้า และพัสดุภัณฑ์  (ร.ส.พ.) ,  2547 .

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน .

แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ   กรุงเทพฯ  : 

โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์  (ร.ส.พ.) ,  2548 .

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

รวบรวมโดย...แสงธรรม

(แก้ไขแล้ว ป.)

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 26 สิงหาคม 2558

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ประวัติพญานาค

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท02/10/2017
ผู้เข้าชม3,364,203
เปิดเพจ5,534,309
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view