/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

ทางดับทุกข์

ทางดับทุกข์

วิธีดับ "ทุกข์" แบบง่าย








---ได้ยินได้ฟังแต่เรื่องของคนเป็นทุกข์ เลยลองมานั่งคิดว่า ทำไม  คนเป็นทุกข์กันมากมายนัก!  คิดไปคิดมาแล้วก็ถึงบางอ้อ  คนเราทุกคนมีโอกาสเจอความทุกข์กันทั้งนั้น  คิดดูสิ แม้แต่พระพุทธองค์ พระราชบิดาพยายามให้ความบันเทิงตั้งแต่เด็ก แต่ในที่สุดพระองค์ก็ทรงเป็นทุกข์ นี่แสดงว่า ไม่ใช่เฉพาะคนจนเท่านั้น ที่เป็นทุกข์แม้แต่คนร่ำรวยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีโอกาสเป็นทุกข์ด้วยเหมือนกันแสดงว่าทุกคนในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีโอกาสเกิดทุกข์ได้ทั้งสิ้น



---บังเอิญเราได้ยินเรื่องทุกข์ๆ ของชาวบ้านมากหน่อย เลยเหมารวมไปว่า คนเราถึงมีทุกข์มากขึ้น ทั้งๆ ที่คนเรามีทุกข์กันเท่าเดิมนั่นแหละ  แล้วไหนๆ คนเราก็หนีไม่พ้นความทุกข์ ไหนๆ ก็ต้องเจอกับมัน  แล้วทำไม  เราถึงไม่เตรียมตัวต้อนรับความทุกข์กันแต่เนิ่นๆ เสียเลยล่ะ!  คือแทนที่จะหนีทุกข์ เราหันหน้าเข้าเผชิญกับความทุกข์เสียเลยให้มันรู้แล้วรู้รอดไป 

*วิธีการพ้นทุกข์


---คงต้องพึ่งพระพุทธองค์ เพราะพระพุทธเจ้าท่านอุทิศทั้งชีวิต  เพื่อค้นหาและเผยแผ่  วิธีการดับทุกข์  แถมวิธีการของพระองค์ท่านก็ยั่งยืนมั่นคงมากว่า 2,000 ปี 


---เราอนุชนรุ่นหลัง เพียงแต่เอา "วิธีการ" ของพระองค์  มาศึกษา ก็คงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเพียงแต่ว่า ที่ผ่านมา พอพูดถึงศาสนา หลายคนหน้าเบ้ บอกว่าเข้าใจยาก ทั้งๆ ที่ยังไม่ลองทำความเข้าใจวันนี้เลยชักชวนเพื่อนพี่น้องมาลองทำความเข้าใจวิธีการพ้นทุกข์  แล้วมาประยุกต์วิธีพ้นทุกข์ ให้เข้าใจง่ายๆ กันดีกว่า



*เริ่มต้นที่ความทุกข์



---พระพุทธองค์บอกว่า ความทุกข์เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการคือก่อนจะเกิดทุกข์ มันต้องเกิดอย่างอื่นมาก่อนเป็นขั้น เป็นตอน ซึ่งสามารถรวบรวมมาได้ 12 ขั้นตอนด้วยกันคือ



---1.  "ความไม่รู้"     หรือทางธรรมเรียก   "อวิชชา"  ทำให้เกิด "สังขาร"



---2.  "สังขาร"              ทำให้เกิด            "วิญญาณ"



---3.  "วิญญาณ"           ทำให้เกิด            "นามรูป"



---4.  "นามรูป"              ทำให้เกิด           "สฬายตนะ"



---5.  "สฬายตนะ"         ทำให้เกิด            "ผัสสะ"



---6.  "ผัสสะ"                ทำให้เกิด            "เวทนา"



---7.  "เวทนา"               ทำให้เกิด            "ตัณหา"



---8.  "ตัณหา"               ทำให้เกิด           "อุปาทาน"



---9.   "อุปาทาน"           ทำให้เกิด            "ภพ"



---10. "ภพ"                   ทำให้เกิด           "ชาติ"



---11. "ชาติ"                  เกิด                  "ชรามรณะ"



---12. "ชรามรณะ"           เกิด                "ทุกข์"     เป็นกระบวนการ ดังนี้ 


   

---นอกจากคำว่า "ทุกข์" และ "อวิชชา" เรารู้จักและเข้าใจ  คำไหนบ้างสมมุตินะว่า เข้าใจคำว่า "ตัณหา" เพราะเรียนกันมาแต่เล็กๆ ท่องกันจนขึ้นใจ

 

---"ตัณหา"   แปลว่า    ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น รวมถึงความอยากไม่มี อยากไม่เป็น ด้วยทีนี้ถ้าเราลอง ตัด "ตัณหา" หรือ "ความอยาก" ออกจากกระบวนการการเกิดทุกข์  เห็นไหมว่า พอตัดปุ๊บ "ทุกข์" ก็เกิดไม่ได้แสดงว่าเมื่อดับตัณหาได้ ย่อมดับทุกข์ได้ด้วย


---แค่เราเข้าใจคำศัพท์ตัวใดตัวหนึ่ง และตัดมันออกจากกระบวนการการเกิดทุกข์  "ทุกข์" ก็ไม่เกิดขึ้น สมมุติว่า เอาคำว่า "เวทนา"  คือ  เป็นความรู้สึกสุข ทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์แต่  "เวทนา"  จะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิด "ผัสสะ"  หรือการสัมผัสผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เสียก่อน



---ดังนั้น ถ้าเราหยุด "ผัสสะ" ได้ "เวทนา" ก็ไม่เกิด   วิธีหยุดผัสสะ ก็เช่น หลับตา หรือ ปิดจมูก (อย่านานนักนะ เพราะอาจถึงตายได้)



---เมื่อเราหลับตา   เราก็มองไม่เห็นอะไร ไม่ต้องรู้สึกอะไร เมื่อไม่รู้สึกอะไร   แล้วจะเกิดทุกข์ขึ้นมาได้อย่างไร   นี่เท่ากับว่า ดับ "ผัสสะ" เท่ากับ ดับ "เวทนา"ถ้าดับ "เวทนา" ก็เท่ากับดับ "ทุกข์" ได้เช่นกัน 



---สมมุติเราเข้าใจว่า "อุปาทาน" หมายถึง การยึดมั่นถือมั่น และหากวันหนึ่งสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นเกิดเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติทุกข์ก็เกิดขึ้น  แต่ถ้าเราดับ "อุปาทาน" ได้  คือ ปล่อยวางได้ ไม่ยึดติดเราก็สามารถดับ "ทุกข์" ได้เหมือนกัน



---เห็นไหมว่า ในขั้นตอนทั้งหมด 12 ขั้นในกระบวนการเกิดทุกข์นั้น หากเราสามารถ "ยับยั้ง" ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งได้  เราก็ยับยั้งการเกิดทุกข์ได้  และในขั้นตอนทั้งหมด มีทั้งขั้นตอนที่เรายับยั้งได้ และขั้นตอนที่เราไม่อาจยับยั้ง  เช่น ขั้น "ชรา มรณะ" เรายับยั้งไม่ได้ อย่างนี้ก็อย่าพยายามไปฝืนเรามุ่งฝึกฝนยับยั้งแต่ในขั้นที่สามารถทำได้ เช่น "ผัสสะ" หรือ "อุปาทาน" เมื่อยับยั้งได้ ก็หยุดทุกข์ได้



---หยุดได้นิดหนึ่ง ก็ดับทุกข์ได้แป๊บหนึ่ง  หยุดยั้งได้นาน ก็ดับทุกข์ได้นาน  ถ้าสามารถขจัดไม่ให้เกิดขึ้นได้เลย อย่างนี้ รับรองว่า นิพพานแน่  แต่พวกเรามนุษย์คนชั่วๆ ดีๆ อย่าเพิ่งไปถึงนิพพานเลยเอาแค่ระงับทุกข์ได้ เพื่อดำรงชีวิตต่อไปแค่นี้ก็น่าพอใจแล้ว...สาธุ




*ความสุข เป็นสิ่งที่หาได้ง่าย 



---สำหรับผู้มักน้อย สันโดษ และมีความเพียร  ความสุขที่หาได้ง่าย ด้วยอาศัยความมักน้อย สันโดษ และความเพียรพยายาม สม่ำเสมอ เป็นไปติดต่อ ไม่ท้อถอยง่าย ความสุขมีแล้วตั้งแต่บัดนั้น เมื่อประสบความสำเร็จและพอใจในความสำเร็จนั้น จะเล็กน้อยปานใดก็ตาม ความสุขก็เพิ่มพูนขึ้นอีก ความสุขจึงเป็นสิ่งหาได้ง่าย สำหรับผู้มักน้อย สันโดษ และมีความเพียร



---ตามธรรมดา  คนเราย่อมได้รับสิ่งที่ตนควรได้อยู่เสมอ แต่ความทะยานอยาก  ของเราวิ่งออกหน้าอยู่เรื่อยเหมือนกัน จึงรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความสำเร็จ   


---เมื่อหญิงเจ้าของเรือนคนหนึ่ง  ปฏิเสธการถวายอาหารแก่พระเถระ ด้วยการพูดว่า


---นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิด...ท่านสวนทางกับชายเจ้าของบ้าน เมื่อถูกถามว่าได้อะไรบ้าง ท่านตอบว่า...ได้... ความหมายของท่านคือได้คำว่า ...นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิด...



---ผู้มักน้อย ย่อมรู้สึกว่า...ได้... ในสิ่งที่คนอื่นๆ  รู้สึกว่าไม่ได้อะไร  เหมือนคนใส่รองเท้านุ่มๆ  แม้จะเดินบนพื้นขรุขระและแข็ง   ก็รู้สึกว่าพื้นนั้นนุ่มเดินสบาย


---ผู้สันโดษย่อมเป็นเจ้าแห่งความสุข  เมื่ออยู่คนเดียวนานๆ   รู้สึกเหงาก็ทำใจให้รู้สึกยินดีในการอยู่คนเดียวนั้น   ความสุขก็เกิดขึ้นได้ มนุษย์เราสุขทุกข์อยู่ที่เราคิดเองเสียเป็นส่วนมาก



---ความหนักอกหนักใจ หงุดหงิด ฟุ้งซ่านอันปรารภตนบ้าง ปรารภผู้อื่นบ้าง เป็นสิ่งทำลายความสงบสุขของดวงจิต   บางทีมันเหมือนหินก้อนเล็กๆ  ห้อยอยู่ที่ใจ ปลดไม่ออก บอกใครๆ  ด้แต่เขาช่วยปลดให้เราไม่ได้ เราต้องปลดออกเอง



---ยิ่งอยู่ในโลกไปนานวัน ใคร่ครวญพิจารณาความเป็นไปของมวลมนุษย์ในโลกมากเข้า ยิ่งสลดสังเวช ระทดระทวยใจ ว่าเหตุไฉน มนุษย์เราจึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในโลกถึงป่านนี้ ทั้งๆ ที่  ความสุขก็หาได้    ไม่ยาก  หากพวกเขาเพียงแต่


---ลดความทะยานอยากลง มุ่งหน้าสู่สันติธรรมให้มากขึ้น แทนการมุ่งแสวงหาอามิสอันเป็นสิ่งหลอกลวง ให้เดินวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ เมื่อไรมนุษย์เราหมุนกลับมาหาสันติธรรม แทนการวิ่งเข้าหาวัตถุธรรมอันฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น เมื่อนั้นเขาจะได้พบกับสันติสุขอันแท้จริงและยั่งยืน






....................................................................






 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

ความสุขที่หาได้ง่าย (ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ)

รวบรวมโดย...แสงธรรม

 (แก้ไขแล้ว ป.)

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 25 กันยายน 2558


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« May 2017»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท20/04/2017
ผู้เข้าชม3,021,261
เปิดเพจ4,985,016
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view