/music/.mp3 http://www.watkaokrailas.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

 ติดต่อเรา-แผนที่

อานิสงส์สร้างพระเจดีย์=คลิป

อานิสงส์สร้างพระเจดีย์=คลิป

อานิสงส์การสร้างพระเจดีย์







---ครั้นสมเด็จพระพุทธกัสสปะ ได้ปรินิพพานไป  คนทั้งหลายได้พากันสร้างพระเจดีย์สูง ๑ โยชน์ ด้วยอิฐทองคำ ในขณะที่กำลังสร้างอยู่นั้น ธิดาเศรษฐีจึงคิดว่า เราถูกสามีส่งกลับถึง ๗ ครั้งแล้ว เราจะต้องการอะไรด้วยชีวิต จึงให้คนทำลายเครื่องประดับของตน แล้วให้ปั้นเป็นอิฐทองคำนำไปสู่ที่เขาสร้างพระเจดีย์


---ในขณะนั้น อิฐขาดอยู่ก้อนหนึ่งพอดี นางจึงก่ออิฐของตนให้ติดกันเป็นอันเดียว แล้ววางดอกบัว ๘ กำไว้ในเบื้องบน กราบไหว้พระเจดีย์แล้วตั้งความปรารถนาว่า  "ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเกิดในที่ใด ๆ ขอให้กลิ่นกายของข้าพเจ้าหอมดังกลิ่นจันทน์ และขอให้กลิ่นปากของข้าพเจ้าหอมดังกลิ่นดอกบัว"


 ---ต่อมา บุตรเศรษฐีก็ได้ให้    คนใช้ไปตามนางกลับมา  ปรากฏว่ามีกลิ่นจันทน์และกลิ่นดอกบัวหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน ครั้นสอบถามว่า   เธอได้ทำสิ่งใดไว้,  ธิดาเศรษฐีก็เล่าสิ่งที่ตนกระทำไว้ บุตรเศรษฐีก็มีความเลื่อมใส จึงได้นำผ้ากัมพลไปบูชา พระสุวรรณเจดีย์ อันสูงได้ ๑ โยชน์นั้น แล้วก็ประดับพระเจดีย์ด้วยดอกปทุมทองอันใหญ่เท่ากงเกวียน


---ครั้นธิดาเศรษฐี  ตายจากชาตินั้นแล้ว  ก็ได้ไปเกิดในสวรรค์ จุติจากสวรรค์  ก็ได้ลงมาเกิดเป็นราชธิดาในเมืองพาราณสี   ส่วนบุตรเศรษฐีก็ได้จุติจากเทวโลกลงมาเกิดในตระกูลอำมาตย์ ต่อมาก็ได้เป็นพระราชาทรงพระนามว่า "พระเจ้านันทราช" แล้วได้อภิเษกกับราชธิดานั้น


---บุคคลทั้งสอง  จึงได้ทรงปรึกษากันว่า  การที่ได้เสวยราชสมบัติอันยิ่งใหญ่นั้น เป็นเพราะผลบุญแต่ชาติปางก่อน ที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต บัดนี้ เรายังไม่ได้ทำกุศลไว้เป็นปัจจัยแห่งอนาคตเลย จึงได้ทรงถวายทานพร้อมทั้งสร้างบรรณศาลา ๕๐๐ หลัง ในพระราชอุทยาน ให้กับพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ อันมีพระมหาปทุมปัจเจกพุทธเจ้า เป็นประธาน


---เมื่อได้ทรงอุปถัมภ์ บำรุงพระปัจเจกพุทธเจ้าดีแล้ว  พระราชาก็ได้เสด็จไปชายแดน ในขณะที่ยังไม่เสด็จกลับมา  อายุสังขารของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายก็สิ้นไป  ท่านได้เข้าฌานอยู่ตลอดราตรี พอเวลารุ่งขึ้นก็ยืนพิงพนักปรินิพพานไป


---ในเวลาตอนเช้า พระราชเทวีได้จัดที่นั่งของพระปัจเจกพุทธเจ้าไว้  แล้วก็ประทับนั่งรอการมาของท่าน เมื่อไม่เห็นก็ใช้ให้บุรุษหนึ่งไปตาม  จึงทรงทราบว่า ท่านยืนพิงพนักปรินิพพานไปหมดแล้ว  พระนางก็ทรงกรรแสงคร่ำครวญ  จึงพร้อมกับประชาชนทั้งหลาย เสด็จออกไปสักการะบูชาจัดการถวายพระเพลิง แล้วเก็บพระบรมธาตุไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์


---ครั้นพระราชาเสด็จกลับมา  จากชายแดนแล้ว   จึงได้ทรงทราบเรื่องราวจากพระราชเทวี   ผู้เสด็จออกไป ต้อนรับ  จึงทรงดำริว่า  "บัณฑิตเห็นปานนั้นก็ยังตาย เราจักพ้นความตายได้อย่างไร"  จึงไม่เสด็จเข้าพระนคร ได้เสด็จเข้าไปสู่พระราชอุทยาน  ตรัสสั่งให้พระราชโอรสองค์ใหญ่ไปเฝ้า  แล้วทรงมอบราชสมบัติให้ พร้อมทั้งทรงสั่งสอนพอสมควร  แล้วก็ทรงบรรพชา


---ฝ่ายพระราชเทวีก็ทรง  ดำริว่า " เมื่อพระราชาบรรพชาแล้ว เราจักทำอะไร"  แล้วก็ทรงบรรพชา  อยู่ในพระราชอุทยานแห่งเดียวกัน  ทั้งสองพระองค์นั้น  ก็ได้ทำฌานสมาบัติให้เกิดขึ้น  เวลาจุติจากชาตินั้นแล้ว ก็ได้ขึ้นไปเกิดในพรหมโลก ดังนี้


*อานิสงส์การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ


---การสร้างเจดีย์   วิธีการบูชาพระบรมธาตุที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ตัวเองที่ได้รับ พระบรมสารีริกธาตุมาบูชา และท่านได้เสด็จมาเพิ่มเรื่อยๆ จึงทำให้เกิดความอยากทราบอานิสงส์ และวิธีการบูชาพระบรมธาตุที่ถูกต้อง

 
---โชคดีที่มีโอกาส ไปปฏิบัติธรรมที่วัดสังฆทานซึ่งที่นั่นได้แจกพระบรมสารีริกธาตุด้วย และได้เจอหนังสือเล่มนี้ ที่ห้องสมุด จึงขอยืมมา หนังสือพระธาตุเจดีย์และรอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย มีเรื่องน่าสนใจเยอะเลยค่ะ ขอสรุปให้ฟังนะค่ะ

 

 

---หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน  พระบรมธาตุได้แพร่กระจายไปยังแคว้นต่างๆ ในชมพูทวีป  ต่อมาพระมหากัสสปะ  ได้อธิษฐานรวบรวมพระบรมธาตุกว่า  80%  อัญเชิญไปประดิษฐานทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์  ในสมัยพระเจ้าอชาตศัตรู  ทรงสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้


---พระมหากัสสปะ นำพระบรมธาตุ "อุรังคธาตุ"  มาที่ภูกำพร้า (พระธาตุพนม)  สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พ.ศ.  270-312  ทรงสร้างเจดีย์พระบรมธาตุ  84,000  แห่งทั่วชมพูทวีป  รวมทั้งในพม่าและไทยด้วย สำหรับประเทศไทยได้แก่  พระธาตุลำปางหลวงพระธาตุพระฝางพระธาตุวัดธรรมศาลาวัดพระงามพระธาตุเนินยายหอมและพระปฐมเจดีย์


---โดยใช้พระราชทรัพย์  96  โกฏิ และได้นำมาสักการะบูชา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ด้วยความราบรื่น แม้จะมีพญามาร  พยายามทำลายพิธีดังกล่าว  แต่ไม่สำเร็จ เพราะพระกีสนามคอุปคุตหรือพระอุปคุตเถระ คอยดูแลป้องปราบพญามารไม่ให้มาทำลายพิธีนี้


---สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระบรมธาตุได้แพร่กระจายไปทั่วชมพูทวีป พระอรหันต์ที่มีบทบาทสำคัญหลายรูป  อาทิ 


---พระกุมารกัสสปะ พระเมฆิยะ  ไปทางล้านนา


---พระโสณะเถระ  พระอุตตรเถระฌานียะ ภูริยเถระ มูนียเถระ  ไปทางสุวรรณภูมิ


---พระอรหันต์ทั้ง  8   ได้แก่ พระมหารัตนเถระ, พระจุลรัตนเถระ, พระมหาสุวรรณปราสาทเถระพระจุลสุวรรณประสาทเถระ, พระสังควิชเถระ  ฯลฯ

 

---นำพระบรมธาตุหัวเหน่า,  พระธาตุเขี้ยวฝาง และพระธาตุฝ่าพระบาทขวามาแถบอีสาน (พระธาตุบังพวน, พระธาตุเวียงงัว, พระธาตุหอแพ  และ  พระธาตุเมืองลา หนองคาย)


 
*เคล็ดในการทำจิต  ขณะไหว้พระบรมธาตุ มีหลายระดับ

 
---1.
คิดว่า กำลังไหว้พระพุทธเจ้าและน้อมรับ วิมุตติธรรมจากพระพุทธองค์ 
ย่อมได้บารมีกุศลธรรมจากองค์พระบรมธาตุเต็มที่


---2.คิดว่า กำลังไหว้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้า  ย่อมได้บารมีกุศลธรรมน้อยกว่า แบบที่ 1


---3.คิดว่า กำลังไหว้ซากกระดูกส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้า ย่อมได้บารมีกุศลธรรมน้อยกว่า แบบที่ 2


---4.คิดว่า กำลังไหว้สัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้นึกถึงพระพุทธเจ้า ย่อมได้บารมีกุศลธรรมน้อยกว่า แบบที่ 3


---5.คิดว่า กำลังไหว้วัตถุหรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ย่อมได้บารมีกุศลธรรมน้อยกว่า แบบที่ 4


---6.การไหว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร


---7.ไม่ไหว้ ไม่สนใจ ผ่านไปเฉยๆ บารมีเสื่อมถอย


---8.ไม่สำรวม ลบหลู่ ได้บาปมหันต์


 
*การนมัสการพระบรมธาตุ 


  ---นอกจากการพนมมือไหว้แล้ว ควรเดินเวียนเทียนรอบเจดีย์พระบรมธาตุด้วย 3 รอบ และต้องเวียนขวา


---หากมีเวลา ควรเตรียมดอกบัว ดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการ และควรนำทองคำเปลวไปปิดบูชาตาม ความเหมาะสมด้วยก็ยิ่งดี


---การไหว้พระธาตุ ควรพนมมือยกสูง ให้นิ้วอยู่เหนือศีรษะ   ปลายนิ้วมือมุ่งตรงไปยังยอดพระเจดีย์    ค้อมศีรษะลง เพื่อรับพลังกุศลธรรมและวิมุตติธรรม จากองค์พระบรมธาตุได้เต็มที่   ทำให้มีสมาธิใน  การสักการะ  พร้อมตั้งอธิษฐานจิต


*อานิสงส์การสรงน้ำพระบรมธาตุ มีมากมาย อาทิ

 
---1.
ทำให้เย็นกาย เย็นใจ ดับทุกข์และความเดือดร้อนต่างๆ 


---2.ทำให้จิตใจสดชื่น สะอาด และมีสติ


---3.อานิสงส์นี้ สามารถแผ่ให้บรรพบุรุษ ญาติมิตร สรรพสัตว์ วิญญาณทั้งหลายได้เป็นอย่างดี


---4.บางครั้งพระบรมธาตุ จะเรืองแสง ฉายรัศมีหรือกระจายฉัพพรรณรังสี และวิมุตติธรรมมายังผู้สรงน้ำ เป็นมหามงคลยิ่ง เคราะห์ร้ายหมดไปอย่างสิ้นเชิง


---5.น้ำสะอาด,  น้ำกลั่น อาจประทินของหอม,  ลอยดอกมะลิ หรือกลีบกุหลาบ หรือเจือน้ำอบอ่อนๆ

 

*อานิสงส์การทำบุญกับพระบรมธาตุ

 
---1.ถวายฉัตรยอดพระเจดีย์  ส่งผลให้ได้รับการเคารพยกย่อง,  เกิดในตระกูลสูง,  มีสง่าราศี


---2.ถวายทองคำ  อานิสงส์ให้ผิวพรรณงามเปล่งปลั่ง,  บริบูรณ์มั่งคั่ง


---3.ถวายเงิน ทำให้ใจสว่างไสว,  อยู่เย็นเป็นสุข


---4.ถวายอัญมณี อานิสงส์ให้มีราศี,  รัศมีกายทิพย์สว่างสดใส,  ประสบโชคดี


---5.ถวายพระเครื่อง  ส่งผลให้มีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรค,  มีคนช่วยเหลือยามมีอุปสรรค


---6.ถวายแผ่นทองคำเปลวปิดองค์พระเจดีย์  อานิสงส์ให้ผิวพรรณงาม,  มีราศี,  ใจสว่าง,  สดใสและอบอุ่นใจ


---7.ถวายอิฐ หิน ปูน ทราย  ส่งผลให้มีชีวิตมั่นคง,  จิตใจหนักแน่น, ไม่โลเล


---8.สร้างองค์พระเจดีย์  ส่งผลให้ได้รับสิ่งที่พึงปรารถนา, สุขภาพดี , ไม่มีอด


---9.ถวายธงหลากสีประดับองค์พระธาตุ  ทำให้มีสง่าราศี,  กายทิพย์สว่าง


---10.ถวายเทียน หรือโคมไฟ  อานิสงส์ให้ใจสว่าง,  มีชีวิตสะดวกสบาย,  อุปสรรคลดลง,  มีปัญญาธรรมสูงขึ้น สู่วิถีทิพย์เนตร


---11.ถวายดอกไม้ต่างๆ  ส่งผลให้ใจสงบสะอาด,  เป็นสุขสดชื่น


---12.ถวายธูป หรือเครื่องหอม  ทำให้ใจอบอุ่นมั่นคง,  จิตสว่าง,  อุปสรรคลดลง,  มีกลิ่นกายสะอาดสดชื่นอยู่เสมอ


---13.ถวายแผ่นดินปูพื้นเจดีย์  ส่งผลให้มีบริวารดี,  มีสมาธิดีขึ้น,  มีเวลาปฏิบัติธรรมมากขึ้น


---14.ถวายกระจกสีประดับองค์พระเจดีย์  ทำให้กายทิพย์สว่าง,  มีสง่าราศี,  เป็นที่ศรัทธาแก่คนทั่วไป,  เห็นความดีในตัว


---15.ถวายผ้าเหลืองครองหุ้มองค์พระเจดีย์  มีอานิสงส์เพิ่มเนกขัมมบารมี,  ใจสงบ,  เข้าสู่วิมุตติธรรมเร็วขึ้น


---16.สรงน้ำพระธาตุ  ทำให้ใจสะอาด,  สงบ,  สว่างขึ้น,  กายและใจสดชื่น,  สุขภาพดี


---17.ถวายข้าว,  อาหาร บูชาพระธาตุ  ส่งผลให้อุดมสมบูรณ์,  อิ่มอกอิ่มใจ , สุขภาพดี


---18.เวียนเทียนรอบองค์พระธาตุ  อานิสงส์เป็นสิริมงคล,  ทำให้จิตใจสูงขึ้น,  สะอาด เป็นการเพิ่มวิสัยปัจจัยแห่งกุศลธรรม


---19.แสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระธาตุจากใจจริง  ทำให้เป็นที่เคารพยกย่อง,  มักไม่มีใครเข้าใจผิด,  ได้บารมีวิมุตติธรรมจากพระบรมธาตุ สู่วิสุทธิมรรค ผลนิพพานเร็วขึ้น


---20.เป็นเจ้าภาพ หรือมีส่วนช่วยจัดงานฉลองพระธาตุ  ทำให้ประสบความสุขในชีวิต,  อุดมมั่งคั่ง,  เป็นที่เคารพยกย่องมีคนช่วยเหลือเสมอ


---21.บูรณะซ่อมแซมเจดีย์พระบรมธาตุ  อานิสงส์ให้สุขภาพดี,  อายุยืน,  บุคลิกผิวพรรณดี,  ฐานะมั่นคง


---22.สร้างเจดีย์พระบรมธาตุ  ส่งผลให้ชีวิตมั่นคง,  มีความสุขสมความปรารถนา,  เป็นที่เคารพยกย่อง  เข้าสู่มรรคผลนิพพานเร็วขึ้น


---23.ถวายพระบรมธาตุเพื่อบรรจุในเจดีย์ มีอานิสงส์เป็นที่เคารพยกย่อง,  มีความสุขสมความปรารถนาในชีวิต, ประสบแต่สิ่งดี,  ได้อริยมรรคผล นิพพานเร็วขึ้น


---24.ถวายภาชนะบรรจุพระบรมธาตุในเจดีย์  ทำให้ชีวิตมั่นคงปลอดภัย,  มั่งคั่ง,  บริวารดี,  มีเกียรติ,  เป็นที่ยกย่องแก่คนทั่วไป


---25.ถวายบทสวด เทปบทสวดบูชาพระธาตุ ส่งผลให้เป็นที่ยกย่องสรรเสริญจากผู้คนทั่วไป,   ได้ยินได้ฟังและได้พบแต่สิ่งดีๆ มีเสียงใส ไพเราะ  วาจาดี,  งดงาม,  สมาธิดี

 
*อานิสงส์บูชาพระบรมสารีริกธาตุ - พระธาตุ

 
---1.
ไม่ตายด้วยคมศาสตรา-อาวุธของศัตรูผู้มุ่งร้าย


---2.ปัญหาอุปสรรคผ่านพ้น ขอให้ตั้งใจจริงบูชาจริง


---3.ประกอบการค้าพาณิชย์ จะเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์


---4.รับราชการ ยศ ตำแหน่งจะเจริญขึ้นเร็ว และเจริญขึ้นเรื่อยๆ


---5.มีเมตตาเสน่ห์มหานิยม  มหาโชค-มหาลาภ  และคลาดแคล้ว


---6.เทวดาอารักษ์คุ้มครองรักษาตลอดกาล


---7.ครอบครัวเป็นสุข  สงบ  ร่มเย็น และเจริญรุ่งเรือง


---8.มีฤทธิ์เดช อำนาจ วาสนา บารมีแผ่ไพศาล บริวารจะเคารพ  หมู่ชนจะยำเกรง อานิสงส์เป็นไปตามอธิษฐาน


 

*อานิสงส์การสร้างพระเจดีย์

 
---1.
เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ ไม่ประมาทมัวเมาในชีวิต


---2.เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย


---3.เมื่อใกล้ดับขันธ์ไม่หลงลืม


---4.ย่อมได้เกิดในประเทศที่เหมาะสมสำหรับสร้างบารมี


---5.ย่อมไปบังเกิดในสวรรค์เมื่อยังไม่หมดกิเลสในพระพุทธศาสนา


---6.ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุมรรคผล นิพพานโดยง่าย
 

*การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ 


---บรรจุในเจดีย์,  ผอบแก้วหรือโถกระเบื้อง   มีฝาครอบ อัญเชิญไว้ในที่สูง   เหมาะแก่การกราบไหว้  

      

---สิ่งที่สำคัญที่สุด   คือ  น้อมใจระลึกถึง     พระคุณของพระพุทธเจ้า  ว่ามีพระคุณยิ่งใหญ่ประมาณมิได้  ต่อสัตว์โลก


---การจะมีข้าวตอก  ดอกไม้  เครื่องหอม  เป็นเพียงส่วนประกอบ  หากบูชาด้วยสิ่งเหล่านั้นอยู่เป็นประจำ  แต่จิตใจไม่เคยน้อมคิดถึงพระคุณท่านเลย  การบูชานั้นก็เป็นเพียง "อามิสบูชา"


---การบูชาที่แท้จริง คือ การปฏิบัติบูชา ได้แก่ การปฏิบัติตามคำสอนของท่านซึ่งจะทำให้เกิดผลดีกับตนเอง อันจะทำให้เกิดศรัทธาและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านอย่างลึกซึ้งเข้าไปในจิตใจ
 

*พระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาด้วยคำอธิษฐาน และเสด็จไปได้ เมื่อปฏิบัติไม่ถูกต้อง


---การปฏิบัติบูชาที่ถูกต้อง    มีผลานิสงส์มากนัก อาจทำให้สำเร็จประโยชน์และสุขสมบูรณ์ได้ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า หรือประโยชน์อย่างยิ่ง คือ "พระนิพพาน"


---พระบรมสารีริกธาตุ เป็นของหายาก และมีค่ายิ่ง


---การได้กราบไหว้บูชาสักการะพระบรมสารีริกธาตุนี้  มีผลานิสงส์มากเท่ากับได้บูชาสักการะพระพุทธเจ้า มีพระชนม์อยู่ นับว่าเป็นมหามงคล และให้อานิสงส์แก่ผู้สักการะอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทำให้ประสบ  ความสำเร็จ และความสุขสมปรารถนาทั้งในชาตินี้และชาติหน้าตราบเข้าสู่นิพพาน


---ผลานิสงส์ที่บังเกิดแก่ผู้ที่มีความเคารพเลื่อมใสและกระทำสักการะโดยสุจริตเท่านั้น

 

*พระคาถาอัญเชิญเสด็จพระบรมสารีริกธาตุ*


(นะโม 3 จบ)


อิติปิโส วิเสเสอิ   อิเสเส  พุทธนาเมอิ   อิเมนา   พุทธตังโสอิ  อิโสตัง พุทธปิติอิ


 
*คำตั้งสัจจาธิษฐานในการกราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุ*

 

(นะโม 3 จบ)


อิมัสสมิญจะ  พุทธะเจติเย   สุปุติฏฐิตัง   ปะระมะสารีริกะธาตุง
  อภิปูชะยามะ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ



---
ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธ  พระธรรม และพระสงฆ์  ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก  ข้าพเจ้าขอกราบนอบน้อมบูชา พระคุณของพระพุทธองค์  ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระกรุณา  อันหาประมาณมิได้ ที่ได้ทรงเสียสละ  สั่งสมพระบารมีเพื่อทรงตรัสรู้และประกาศพระธรรม   นำเวไนยสัตว์ออกจากสังสารวัฏฏ์


---ข้าพเจ้าขอน้อมจิตและกายวาจา บูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์  ด้วยความเลื่อมใสยิ่ง ขอตั้งสัจจาธิษฐาน ด้วยอานิสงส์ผลแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำในวันนี้  ขอจงเป็นพลวปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพาน


---องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ธรรมอันใด ขอให้ข้าพเจ้ามีส่วนแห่งธรรมของพระองค์นั้นด้วย  แม้ต้องเกิดอยู่ในภพชาติใดๆ ขอเกิดภายใต้ร่มเงาแห่งพระบวรพุทธศาสนา มีกรรมสัมพันธ์อันดี มีโอกาสได้พบสัตบุรุษ ผู้รู้ธรรมอันประเสริฐ


---ให้เกิดท่ามกลางกัลยาณมิตร และเป็นสัมมาทิฏฐิทุกชาติไป ให้มีโอกาสศึกษาพระธรรม ฟังธรรม ประพฤติธรรม จนเป็นปัจจัยตามส่งทั้งชาตินี้และชาติหน้าต่อๆ ไป ให้เจริญด้วยสติ และปัญญาญาณ  จนถึงพระนิพพานในกาลอันควรเทอญ

 
*พระคาถาบูชาพระบรมสารีริกธาตุ


---อะหัง วันทามิ ธาตุโย  อะหัง วันทามิ สัพพโส  พุทธัง  ธัมมัง  สังฆัง  เอวัง  ธาตุโย  จัตตารี  สะสะมา  ทันตา  เกสา โลมา  นะขา  ขจี  อะหังวันทามิ  ธาตุโย  อภิปูชยามิ

 

*สวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

 
--
-อะหัง วันทามิ อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ  ปูชะนัตถายะ  พรหมะโลเก  สะเทวะมนุสสะโลเก  ปติฏฐะมานา  ปะระะมะสารีริกะธาตุโย   เจวะ   ธาตุโย   จะมัยหัง   ทีฆะรัตตัง   หิตายะ   สุขายะฯ
  

---ข้าพเจ้า ขอกราบวันทา พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุทั้งหลาย  ที่ประดิษฐานอยู่ในพรหมโลก ทั้งในเทวโลกและมนุษย์โลก   เพื่อต้องการบูชาพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข เพื่อความพ้นทุกข์แก่ข้าพเจ้า สิ้นกาลนานเทอญฯ

 
---
ขณะเมื่อสวดมนต์ไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ   พระอรหันต์ธาตุ   จงตั้งใจสวดภาวนาด้วยพระคาถานี้ ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า  พระธรรมเจ้า  พระอรหันตสาวกทั้งหลาย   ตั้งจิตอธิษฐาน  ปรารถนาความดีงาม  หมั่นให้ทาน  รักษาศีล  เจริญภาวนา เป็นต้น  จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวสืบไป


*อานิสงส์การร่วมบุญสร้างพระธาตุเจดีย์*


---อานิสงส์การร่วมบุญสร้างพระธาตุเจดีย์    การสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือ อัฐิธาตุของบุคคลที่ควรบูชาได้แก่  พระพุทธเจ้า,   พระปัจเจกพุทธเจ้า,   พระอรหันต์ และพระเจ้าจักรพรรดิ  เป็นการสร้างมงคลให้กับตนเองอย่างสูงสุด  เมื่อตายไปย่อมไปสู่สุคติโลกสวรรค์   ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรมและบรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย 


---การมีส่วนร่วมสร้าง  พระเจดีย์จะมากหรือน้อย  ถ้าทำด้วยความเลื่อมใส ก็ย่อมได้อานิสงส์มากมาย ดังตัวอย่าง  ที่หยิบยกมาให้ท่านได้อ่านต่อไปนี้


---พระเถระรูปนี้  ในชาติก่อนมีส่วนร่วมสร้างเจดีย์  เพียงท่านใส่ก้อนปูนขาวลงในช่องแผ่นอิฐ ซื่งประชาชนกำลังก่ออิฐสร้างเจดีย์อยู่  เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  ด้วยจิตใจที่เลื่อมใส  อำนาจแห่งบุญนั้นได้บันดาลให้ท่านไปเกิดในสวรรค์  แลโลกมนุษย์ถึง ๙๔ กัปป์  พอมาถึงสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม  ท่านได้มาบวชในพระพุทธศาสนาท่านคือ "พระสุธาบิณฑิยเถระ"


---และยังมีเรื่องเล่าจาก "พระมหาโมคคัลลานะเถระ"  ว่าท่านได้พบเทพบุตรตนหนึ่ง   มีวิมานสวยงามวิจิตรตระการตา  แวดล้อมด้วยนางฟ้าจำนวนมาก  มาฟ้อนรำขับร้องให้เบิกบานใจ และเทพบุตรตนนี้   มีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือเทพบุตรทั้งปวง

 

---ท่าน จึงถามเทพบุตรตนนั้นว่า  "เมื่อท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้หรือ  ท่านถึงมีอานุภาพมาก  มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้"


---เทพบุตรตนนั้นตอบว่า   "แต่ก่อนเมื่อเป็นมนุษย์ได้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ออกบวชอยู่ ๗ พรรษา และเป็นสาวกของพระศาสดานามว่า  "สุเมธ"  ต่อมาได้ดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว   พระบรมสารีริกธาตุของท่านบรรจุไว้ในรัตนเจดีย์  ซึ่งห่อหุ้มด้วยข่ายทองคำ   ท่านได้ชักชวนประชาชนให้ไปสักการะบูชาด้วยความเลื่อมใส   กุศลจะส่งผลให้ขึ้นสวรรค์ ด้วยบุญนี้เองทำให้ข้าพเจ้าได้มาเสวยสุขอยู่ในทิพย์วิมานนี้เอง"



---ส่วน "พระมหากัสสปะเถระ" นั้น ท่านได้พบเปรตตนหนึ่ง  มีกลิ่นเหม็นเน่า  มีหนอนกินปาก  นอกจากนี้   ยังถูกยมบาลเฉือนปาก  แล้วราดน้ำให้แสบร้อน  จึงถามถึงผลกรรมของเปรตนั้น


---ทราบว่า แต่ก่อนตอนเป็นมนุษย์ ตนเป็นชาวนครราชคฤห์ ได้ห้ามมิให้บุตรภรรยาบูชาพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ   พร้อมกับเล่าถึงพวกที่มีความคิดและกระทำเหมือนตน


---ส่วนภรรยาและบุตรของตนได้ไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์ มีวิมานสวยสดงดงามเพราะอานิสงส์ที่ได้ไปใหว้พระบรมสารีริกธาตุ   สำหรับตนเองนั้นตั้งใจไว้ว่า  หากได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง จะทำการบูชาพระสถูปเจดีย์ให้มากอย่างแน่นอน



---นอกจากนี้  ในครั้งพุทธกาล  "พระเจ้าปัสเสนทิโกศลได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถี  พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารเป็นอันมาก  ครั้นถึงหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำ  พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นทรายขาว ผ่องบริสุทธิ์ยิ่งนัก   ทรงมีพระทัยเลื่อมใสอย่างแรงกล้า ได้รับสั่งให้ช่วยกันก่อกองทรายให้เป็นรูปเจดีย์ถึง ๘๔,๐๐๐ องค์   มองดูเป็นทิวแถวสวยงาม   เพื่อเป็นพุทธบูชา  ธรรมบูชา  สังฆบูชา 


---เสร็จแล้วได้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  ที่บุบผารามมหาวิหาร แล้วได้ทูลถามถึงอานิสงส์แห่งการก่อเจดีย์ทราย พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ขอถวายพระพรมหาบพิตร ผู้มีศรัทธาแรงกล้า ได้ก่อเจดีย์ทรายถึง  ๘๔,๐๐๐ องค์ หรือแม้แต่องค์เดียว    ก็ย่อมได้รับอานิสงส์มาก จะไม่ตกนรก ตลอดร้อยชาติ


---ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะอุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง  มีชื่อเสียงเกียรติยศไปทั่วทุกทิศ  จากนั้นจะได้ไปสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ   


---การก่อเจดีย์ทราย เป็นเรื่องของผู้มีความฉลาด  มีความคิดดี ได้ทำเป็นประเพณีมาแล้วในอดีต  แม้พระตถาคตเอง  ก็เคยทำมาแล้วในครั้งเป็นพระโพธิ์สัตว์   


---ในครั้งนั้น  ตถาคตยากจนมาก  มีอาชีพตัดฟืนขาย  วันหนึ่งได้พบทรายขาวสะอาดมากในราวป่า  ก็มีจิตใจศรัทธาผ่องใส  วันนั้นได้หยุดตัดฟืนทั้งวัน ได้กวาดทราย  ก่อเป็นเจดีย์  โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก  แล้วเปลื้องผ้าห่มของตน   ฉีกทำเป็นธงประดับไว้  เพื่อบูชาพระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า  


---แล้วอฐิษฐานจิต  "ขอให้เป็นปัจจัยแห่งพระโพธิญาณในอนาคตกาล"   ครั้นเมื่อตายไปแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ ๒ พันปีพิพย์  เมื่อสิ้นอายุขัย ได้อุบัติมาเกิดเป็นพระตถาคตนี้เอง  สำหรับพระเจ้าปัสเสนทิโกศลนั้น  ก็ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในภายภาคหน้า



---และพระมหากัสสปะเถระ ยังได้กล่าวถึงประวัติและผลบุญแห่งการสร้างพุทธเจดีย์ของท่านไว้ดังนี้



---ในครั้งที่พระพุทธเจ้ามีนามว่า  "ปทุมมุตตระ"   พระองค์ได้ปรินิพพานแล้ว  พระมหากัสสปะเถระได้ชักชวนหมู่ญาติมิตร   และประชาชน  ให้มาร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  เพื่อบูชาพระพุทธเจ้ากันเถิด  


---ทุกคนมีจิตเลื่อมใส  ปิติอิ่มเอมใจ จึงได้ช่วยกันสร้างเจดีย์สูงค่าเสร็จลง   ด้วยความเรียบร้อย   เจดีย์สูงร้อยศอก   สร้างปราสาท ห้าร้อยศอก  สูงตระหง่านจรดท้องฟ้า 


---ทุกคนมีจิตปิติเบิกบาน  ในอานิสงส์บุญที่ได้พากันทำไว้   เมื่อท่านตายไปแล้ว  ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์   อยู่บนยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ พันตัว,  วิมานของท่านสูงตระหง่านเจ็ดชั้น,  มีปราสาทหนึ่งพันองค์,  ซึ่งสร้างด้วยทองคำ,  ศาลาหน้ามุขสร้างด้วยแก้วมณี,  ส่องแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วสารทิศ


---ทั้งยังมีอำนาจเหนือเทวดาทั้งปวงเมื่อลงมาเกิดในโลกมนุษย์   ในกัปป์ที่หกหมื่นในภัทรกัปป์นี้  ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ ครอบครองอาณาเขตไปถึง ๔ ทวีป  มีแก้วแหวนเงินทองมากมาย  ประชาชนมีความสุขสำราญเหมือนดั่งเมืองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  


---และชาติสุดท้าย  ได้มาเกิดในสกุลพราหมณ์ที่ร่ำรวย  แต่สละทรัพย์ออกบวช  จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์    ผู้เลิศด้วยปฏิสัมภิทา ๔,  วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖    


---การไหว้พระธาตุ  ถือเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง  เพราะการบูชาพระธาตุ อันเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญมาสู่ผู้ที่บูชา  รวมทั้งอานิสงส์ผลบุญที่ได้จากการกราบไหว้บูชา  ยิ่งหากใครบูชาด้วยจิตใจศรัทธาอันบริสุทธิ์ และหมั่นกราบไหว้เมื่อมีโอกาส  อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุ  จะดลบันดาลให้เกิดสิริมงคลในชีวิตแก่ตัว ผู้บูชาฯ





....................................................................................................... 







 ที่มา... 1. หนังสือพระธาตุเจดีย์และรอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย

สนับสนุนเผยเเพร่เเละปฏิบัติธรรมตามพุทธวจนเถรวาท

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

 รวบรวมโดย...แสงธรรม

(แก้ไขแล้ว ปานรดา)

อัพเดทรอบที่ 6 วันที่ 22 กันยายน 2558



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ประวัติต่างๆ

ประวัติวัดเขาไกรลาศ

ประวัติของหลวงพ่อเทียน=คลิป

มาเช็คชื่อ-เช็คสกุลกันดีกว่า=คลิป

ประวัติพระอธิการชิติสรรค์ จิรวฑฺฒโน=คลิป

ขอเชิญผู้ร่วมบุญสร้างอาศรมเสด็จปู่พระบรมพรหมฤาษีไตรโลก

ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร

ประวัติฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธองค์

ประวัติของนางวิสาขา=คลิป

ประวัติของอนาถปิณฑิกเศรษฐี=คลิป

ประวัติของเศรษฐีขี้เหนียว

ประวัติเหตุทำบุญที่ช้า=คลิป

ประวัติของผู้ร่วมบุญ=คลิป

ประวัติของพระไตรปิฎก=คลิป

ประวัติการสร้างพระพุทธรูปและพระเจ้า ๕ พระองค์

ประวัติง้วนดิน

ประวัติปู่ฤาษีนารอท

ประวัติพระปางมหาจักรพรรดิ์ ทรงปราบพระเจ้ามหาชมพูบดี

ประวัตินางห้าม..แห่งขอมโบราณ

ความรู้และรายละเอียดพุทธเจดีย์

พระมหาโพธิสัตว์

สาระธรรม

ธรรมะส่องใจ

อานิสงส์แต่ละอย่าง

ประเพณีต่างๆ

ตำนานทั่วไป

สาระน่ารู้

ปกิณกะธรรม

วัตถุมงคล-สาระอื่นๆ

ข้อมูลทั่วไป

ปฎิทิน

« April 2017»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ20/06/2011
อัพเดท20/04/2017
ผู้เข้าชม3,019,249
เปิดเพจ4,981,846
สินค้าทั้งหมด24

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 พระบรมสารีริกธาตุ

 โจโฉ รวมเสียงธรรม

 เฟสบุ๊ค

ติดต่อเรา-

view